ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี สีชมพูสะพรั่ง ความมหัศจรรย์แห่งรุ่งอรุณ

ทะเลบัวแดง ตั้งอยู่ที่บึงหนองหาน ต.บ้านเดียม อ.กุมภวาปี ดอกบัวจะบานเริ่มตั้งแต่ เดือน พ.ย. และจะบานสะพรั่งเต็มบึงในช่วงเดือนธันวาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน วันธรรมดาก็สามารถเที่ยวได้ ซึ่งที่นี่จะมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนคอยบริการเรือรับส่งนำเที่ยวรอบทะเลบัวแดงใช้เวลาเที่ยวไม่เกิน 1 – 2 ชั่วโมงก็เต็มอิ่มแล้ว ค่าขึ้นเรือเริ่มต้นที่300บ. เหมาลำขึ้นอยู่กับขนาดเรือและจำนวนคนนั่ง มีเสื้อชูชีพให้บริการ ถ้าลงเรือก่อน6โมงเช้าจะได้ช่วงคาบเกี่ยวระหว่างแสงจันทร์บนท้องฟ้า ค่อยๆเลือนหายก่อนจะแทนที่ด้วย วิวพระอาทิตย์ขึ้นเป็นแสงแรกแห่งทิศอุดรฯ แสงสีทองอาบไล่ดอกบัวสีชมพู ดอกบัวจะเปล่งประกายสีชมพูอร่ามเต็มบึง ถ้าไปช่วงสายแดดแรงบัวจะเริ่มหุบแล้ว ถ่ายภาพยากกว่า ใกล้กับทะเลบัวแดงมีที่พักแบบค้างคืนด้วย มีบริการ-ร้านอาหารจากชาวบ้านในท้องถิ่น เรียกได้ว่าการมาเที่ยวที่นี่ยังเป็นการช่วยกระจายรายได้คืนสู่ชุมชน การเดินทาง : ขับรถจากตัวเมืองอุดรธานีใช้ระยะเวลา 40-50นาที หากไม่มีรถไปเองสามารถติดต่อที่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี โทร 094-5253334 จะมีแพคเกจรถรับส่งตามจุดสำคัญ+เรือนำเที่ยวให้ด้วย หรือติดต่อจากโรงแรมได้เลย สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจที่อยากไปชมทะเลบัวแดงหรือที่ท่องเที่ยวอื่นๆในจังหวัดอุดรธานี สามารถติดต่อได้ที่ ททท.สำนักงาน อุดรธานี 042-325406-7 เบอร์เดียวได้ข้อมูลที่พัก ร้านอาหาร ที่เที่ยวและให้ข้อมูลเส้นทางแบบครบถ้วน

Advertisements

West Side Story ในความขัดแย้ง…คงจะมีที่สำหรับเรา (Musical)

Tonight, tonight, It all began tonight, I saw you and the world went away. (Balcony Scene | Tonight) West Side Story จากภาพยนตร์สุดโด่งดังในปี 1961 ฝีมือการรังสรรค์ของหนึ่งในสุดยอดของปรมาจารย์แห่งละครเพลงของโลกอย่าง "เลนนาร์ด เบิร์นสไตน์" ตัวหนังที่เป็นมิวสิคัล แดนซ์ และเรื่องราวของโศกนาฏกรรมของโรมิโอ จูเลียต ในแบบอเมริกัน ทำให้หนังคว้า 10 รางวัลออสการ์ จากการเข้าชิงทั้งหมด 11 สาขา รวมถึง รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และจนถึงปัจจุบัน มันกลายเป็นหนังคลาสสิคขึ้นหิ้งอีกเรื่อง จากหนังสู่เวที  West Side Story ถูกผลิดและนำจัดแสดงทั่วโลกทั้งฝั่งเวสเอ็นต์และบรอดเวย์ การทัวร์ในแถบเอเซียในปี 2017 นับว่าเป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่แฟนละครเวทีชาวไทยต้องจารึกว่า ครั้งหนึ่งมิวสิคัลที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ได้มาเยือนโรงละครในเมืองไทย....   การจัดแสดงในเมืองไทย ที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ ใช้ชื่อเต็มๆว่า West Side … Continue reading West Side Story ในความขัดแย้ง…คงจะมีที่สำหรับเรา (Musical)

Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 5 แชงกรีล่า สวรรค์อยู่ที่ใจ]

เก็บกระเป๋าออกจากโฮสเทล มุ่งหน้าสู่จุดหมายสุดท้ายของการเดินทาง แชงกรี-ล่า หรือ เมืองจงเตี้ยน การเดินทางจากลี่เจียงด้วยรถบัส ราว 3 - 4 ชั่วโมง รถโดยสารมีวิ่งทุกๆหนึ่งชั่วโมง เพื่อป้องกันความผิดพลาดและวุ่นวายเรื่องตั๋วรถไปแชงกรีล่า เราเลยให้แท็กซี่ไปส่งที่ Lijiang Gaokuai Passenger Transport Station 丽江高快客运站 จุดนี้จะเป็นต้นทางของรถบัสไปแชงกรีล่า คุณภาพรถดี เป็นรถใหญ่เบาะกว้าง นั่งสบาย จากจุดนี้รถจะแวะเข้า สถานีขนส่งกลางของลี่เจียง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่แชงกรี-ล่า ค่าตั๋วโดยสาร 63 หยวน วิวข้างทางไปท้องนา แม่น้ำ ภูเขาคดเคี้ยว มองเห็นเหวแล้วหวาดเสียว ถนนที่รถต้องใช้ความระมัดระวังในการวิ่ง ในการแซง ตัดสลับกับทิวเขาหิมะสีขาวที่มองได้อย่างไม่เบื่อ เมื่อเริ่มเข้าสู่แชงกรีล่า เราจะมองเห็นทิวธงมนต์แบบทิเบต ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยจามรี “…Shangri-La เป็นดินแดนในนิยายเรื่อง The Lost Horizon ของเจมส์ ฮิลตัน ว่าด้วยเครื่องบินตกในจีนแล้วมีคนรอดชีวิต พวกเขาได้พบสถานที่แห่งสรวงสวรรค์ ที่เรียกว่า "แชงกรี-ล่า" ณ ที่แห่งนั้น มีแต่สุข ไม่มีทุกข์ … Continue reading Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 5 แชงกรีล่า สวรรค์อยู่ที่ใจ]

Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 4 ภูเขาหิมะมังกรหยก 玉龙雪山 ]

การเดินทางเริ่มต้นตอน 7 โมงเช้า หนุ่มเจ้าของทัวร์ที่เราติดต่อไว้ We Chat มาบอกว่าคนจะมารับที่หน้าโฮสเทล เป็นรถยนต์นั่งได้ 7 คน ตอนแรกคิดว่ารถอาจจะพาไปส่งที่จุดต่อรถบัสแล้วไปเป็นกรุ๊ปใหญ่ แต่ที่ไหนได้ ทั้งกรุ๊ปนี้มีแค่7คนก็ถือว่าสบายๆดี และแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นคนจีน คนขับรถพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่โชคดีที่ในรถมีคุณลุงชาวจีนที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีและช่วยเราตลอดทัวร์เลย ^^ คนนำทัวร์แวะรับเสื้อกันหนาวและออกซิเจนกระป๋อง ก่อนจะพาเรามุ่งหน้าเข้าสู่ ภูเขาหิมะมังกรหยก เราโชคดีได้นั่งข้างหน้าคนขับ มองวิวสวยๆข้างทางพร้อมหยิบกล้องมาถ่ายรูป จุดแรกที่รถแวะจอดให้ถ่ายรูป คือจุดชมวิวด้านล่าง จะมองเห็นเป็นทุ่งหญ้ากว้างพร้อมภูเขาหิมะเป็นฉากหลัง แวะได้ประมาณ 10 นาที เราก็รีบขึ้นรถและมุ่งหน้าไปอีกจุดทันที ก่อนที่ทัวร์จีนกรุ๊ปใหญ่ที่ตามหลังมาจะมาลง...จากจุดนี้รถจะขับพาเราไปที่ ศูนย์ท่องเที่ยวจะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไปยัง 2 จุดด้วยกันคือ blue moon valley และจุดต่อรถบัสขึ้นไปภูเขาหิมะมังกรหยก จุดแรกที่เราจะไปคือ blue moon valley เป็นหุบเขาที่มีสายธารน้ำแข็งละลายลงมาจากยอดเขา น้ำเป็นสีฟ้าใสมาก ตรงนี้มีจุดให้ถ่ายรูป 3 จุดเด่นๆด้วยกัน ถ้าไม่มากับทัวร์สามารถเดินเล่นชิลล์ๆได้เลย แต่เราต้องทำเวลาเลยแวะแต่ละจุดได้ไม่นานมาก จุดแรกจะเป็นน้ำตกสวรรค์ หินเรียงเป็นชั้นสวยงามข้างหลังเป็นภูเขา จุดนี้เจ้าหน้าที่จะต้อนจามรีให้มายืนริมน้ำให้เราถ่ายรูป ถ้าใครจะขี่หลังจามรีก็เสียเงินเพิ่มต่างหาก จุดต่อไปจะเป็น ทะเลสาบสีฟ้าน้ำเงินขนาดใหญ่ ข้างหลังเป็นภูเขาหิมะ มีทางเลียบทะเลสาบให้ลงไปถ่ายรูปได้ … Continue reading Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 4 ภูเขาหิมะมังกรหยก 玉龙雪山 ]

Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 3 สระมังกรดำ ]

วันที่3 ของการเดินทาง ภารกิจวันนี้ ครึ่งวันแรกอยู่ที่การเดินไปที่สวนยู้วฉวน เป็นสวนสาธารณะที่เชื่อมกับตัวเมืองเก่าลี่เจียง ที่สวนนี้มีสระน้ำชื่อว่า สระมังกรดำ ถือว่าเป็น 1 ใน จุดถ่ายรูปท็อปวิวของลี่เจียงที่สวยที่สุดอีกมุมหนึ่งเพราะเราจะเห็นสะพานข้ามสระ เก๋งจีน และมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยก (ถ้าไปในวันอากาศดี) ส่วนครึ่งบ่ายจะต้องออกตามหาทัวร์ที่จะพาเราขึ้นไปบนภูเขาหิมะมังกรหยกในวันพรุ่งนี้ ที่ใช้คำว่า ตามหา ก็เพราะว่า ทัวร์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากจะรับคนต่างชาติ เพราะเค้ากลัวหลายเรื่อง เช่น กลัวป่วยช็อคโรคแพ้ที่สูง กลัวพลัดหลงบ้าง ที่สำคัญคือการติดต่อสื่อสารนัดแนะในการเดินทาง และปิดท้ายที่ชมวิวมูงสูงของลี่เจียงที่ เนินเขาสิงโต หรือที่เรียกกันว่า ว่านกูโหลว เริ่มต้นออกเดินทางไป สระมังกรดำ : ด้วยความที่อ่านรีวิวมาแล้วว่าที่พักสามารถเดินลัดไปที่สระมังกรดำได้ ใช้เวลาเดินจิ๊บๆ แค่ 40 นาที เราเลยถามลุงเจ้าของโฮสเทลว่าเดินไปยังไง??? ลุงแกก็เดินมาหน้าที่พักแล้วชี้ไปศาลาบนเขาที่เห็นไกลๆนู่นบอกว่าเดินผ่านศาลานั้นไปก็ถึงแล้ว...โธ่ลุงพูดเหมือนง่าย แค่เดินธรรมดาก็หอบอยู่แล้ว เราเลยลองเปิด Google Map ดูแล้วก็พบว่ามีทางเข้าด้านหน้าที่เดินแล้วใช้ระยะเวลาพอกัน จึงตัดสินใจว่าเดินไปเข้าด้านหน้าจะดีกว่า เพราะติดถนนไม่ต้องไปเสี่ยงเผื่อตายบนเขาจะทำยังไง?? และด้วยความประหยัดไม่แท็กซี่ ไม่รถเมล์ใดๆทั้งสิ้น เดินเอา ถือซะว่าชมเมือง ใช้เวลาเดินเกือบ 40 นาที ไม่เมื่อยเลยจริงๆ ก็ถึงประตูทางเข้าสวนสระมังกรดำ ที่นี่ไม่เสียค่าเข้า … Continue reading Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 3 สระมังกรดำ ]

Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 2 ลี่เจียง丽江市 ]

เราออกเดินทางจากเมืองเก่าต้าหลี่ สู่ สถานีรถไฟต้าหลี่ เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองที่ 3 ของการเดินทางในครั้งนี้ นั่นคือ "ลี่เจียง" เมืองเก่าที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก โดยการเดินทางไปสู่ลี่เจียงจากต้าหลี่สามารถเดินทางได้ด้วยรถบัส และ รถไฟ ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากเมืองเก่า เรานั่งรถเมล์ลม ราคา 2 หยวน ด้านหน้าจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษตัวเล็กๆว่า ไปสถานีรถไฟ สามารถขึ้นได้จากฝั่งตรงข้ามเมืองเก่าต้าหลี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ด้วยความที่เป็นการเดินทางด้วยรถไฟระยะสั้น เราเลยลองเลือกที่นั่งแบบ Hard Seat ซึ่งเป็นชั้นประหยัดที่สุดของรถไฟ จองผ่านเอเจนซี่เจ้าเดิมในราคา 270 บ. แต่เมื่อได้ตั๋วกลับพบว่าที่นั่งที่เราได้นั้นเป็น Hard Seat จริงๆ หนึ่งแถวนั่งสี่คน ทั้งที่ด้านบนมีเตียงนอนแต่ไม่สามารถขึ้นไปนอนได้ ความแออัดใน 1 ห้อง ที่ต้องนั่ง8คน เราจึงเลือกที่จะวางสัมภาระทิ้งไว้แล้วไปนั่งเบาะริมหน้าต่าง ชมวิวไปตลอดทาง 2 ชั่วโมงสู่ลี่เจียง ใช้เวลาไม่นานมากรถไฟก็มาเทียบชานชาลาของสถานีรถไฟลี่เจียง จากสถานีนี้เราต้องหารถต่อไปยังเมืองเก่าอีกระยะเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งทางเมืองลี่เจียงได้ติดป้ายประกาศเตือนไว้ว่าค่าโดยสารควรไม่เกินกว่า 80 หยวน!! … Continue reading Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 2 ลี่เจียง丽江市 ]

Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 1 ต้าหลี่ 大理 ]

การเดินทางเริ่มต้นที่ คุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนาน เวลาไวกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง จากสถานีรถไฟคุนหมิงที่มีกระทิงทองตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ เราต้องไปรับตั๋วเดินทางที่จองผ่านเอเจนซี่ไว้ ซึ่งการรับตั๋วเดินทางไปต้าหลี่ง่ายๆ เข้าไปในอาคารขายตั๋วต่อแถวที่ช่อง 8 ยื่นกระดาษจองตั๋วที่ปริ๊นท์มาพร้อมพาสปอร์ต พนักงานก็จะให้ตั๋วโดยสารมา รายละเอียดบนตั๋วรถไฟ ระบุดังนี้ หมายเลขขบวนรถสำคัญมาก เพราะจะใช้ในการบอกขบวนที่เราจะต้องขึ้น สถานีต้นทาง - ปลายทาง วันเดือนปี และ เวลาเดินทาง ตามด้วย ตู้ขบวนรถไฟ และ เลขที่นั่ง  ด้านล่างระบุเลขที่พาสปอร์ต เพื่อใช้ยืนยันตัวก่อนเข้าสถานีรถไฟด้วย        ประตูเพื่อเดินไปเข้าชานชาลาจะเปิดให้เข้าก่อน 30 นาทีเมื่อถึงเวลาเราก็จัดการหอบสัมภาระ เพื่อไปยังตู้โดยสาร ซึ่งรถไฟจีน เส้นทางนี้มีที่นั่ง 3 แบบ คือ 1. Hard Seat เป็นที่นั่งแบบนั่ง 1 แถว นั่ง 4 คน 2.Hard Sleeper เป็นเตียง 3 ชั้น … Continue reading Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 1 ต้าหลี่ 大理 ]

โฉมแรก Anastasia จากการ์ตูน สู่รูปแบบมิวสิคัล งดงามชวนฝัน

http://www.youtube.com/playlist?list=PLXrArsKI0OLoxqjCG2MY4PtYjwvEp5MbI Anastasia  อนิเมชั่นมิวสิคัลในปี 1997 สู่รูปแบบละครเพลงที่เปิดแสดงในบรอดเวย์ นำแสดงโดย Christy Altomare รับบทเป็นอันย่า หรือ แอนาสเตเซีย ซึ่งตัวบทละครเพลงยังคำนำเพลงที่โดดเด่นจากเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นมาใช้อย่างครบถ้วนและเติมบทเพลงเข้าไปอีกมากมาย ซึ่งล่าสุด ได้มีการเผยโฉมคลิปแรกออกมาแล้วทำให้เราเห็นถึงงานดีไซน์ทั้งฉากและเพลง รวมถึงงานแสดงที่น่าจับตามองสำหรับมิวสิคัลเรื่องนี้ การถ่ายทอดฉากสุดอลังการในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไปจนถึงมหานครปารีส ฉากในท้องพระโรงงานเลี้ยงเต้นรำ และการออกเดินทางของอันย่า ในบทเพลง Journey to the Past รวมถึง ตัดฉากของเพลง Once Upon a December  มาให้ได้ดูกันด้วย ซึ่งเทคนิคฉากของเรื่องนี้นอกจากจะทำฉากแยกออกมาแล้ว ด้านหลังยังมีจอฉายภาพและสีสันให้สมจริงอีกด้วย   ชมคลิปจากแอนาสเตเซีย จาก PlayBill    

10 ละครเพลงสุดโดดเด่น ของ ‘รัชดาลัย’ ควรค่าแก่การ Standing ovation!!

เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ของซีเนริโอ้ เป็นอีกค่ายที่ผลิตละครเวทีและละครเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นแนวหน้าของวงการที่บุกเบิกมิวสิคัลดีๆ ให้คนไทยได้ดู ในวาระครบรอบ 10 ปีของ รัชดาลัย เราขอจัดรวม 10 ละครเวทีที่สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและน่าประทับใจ พร้อมกับขอวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของแต่ละเรื่องไว้ ณ ที่นี้ด้วย ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล “... เมื่อโหราทำนายว่าไม่นานเกินรอ เมืองจะมีทายาทตามที่ขอ การมาเยือนของหญิงงามแดนไกลในฤกษ์วันทำนาย ให้บุตรชายราชา ...” เรื่องแรกประเดิมโรงละครใหม่ นำแสดงโดย นัท มีเรีย และ มอส ปฏิภาณ นำบทประพันธ์ของโสภาค สุวรรณ มาสร้างใหม่ในรูปแบบมิวสิคัลได้อย่างยอดเยี่ยม บทละครและเพลงทำออกมาได้ค่อนข้างดี เพลงติดหู โปรดักชั่นทำให้คนดูตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ฉากเปิดความอลังการของ ฮิลฟารา, ฉากเครื่องบินโผล่มากลางเวที, ฉากบัลลังก์ราชสีห์ของราชาอาเหม็ด,ฝนดาวตก ฟ้าจรดทราย ถือว่ามีฉากแดนซ์ที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดนั่นคือ ‘ฉากฮาเร็ม’ ฉากระเบิดพลังของแคชฟีย่าในเพลง แค้น ก็ทำเอาคนดูต้องลุกขึ้นปรบมือให้กับ หญิง รฐา แม้มีคำกล่าวว่า โสภาค สุวรรณ เจ้าของบทประพันธ์ เคยพูดว่า มอส … Continue reading 10 ละครเพลงสุดโดดเด่น ของ ‘รัชดาลัย’ ควรค่าแก่การ Standing ovation!!

รีวิว : แม่ฮ่องสอน x บ้านรักไทย มอไซค์คนเดียวกับ Huawei P9+

แม่ฮ่องสอน...จังหวัดที่ต้องฝ่าฟันโค้งนับพันกว่าจะไปถึง จุดเริ่มต้นในทริปนี้คือภาพจากทวิตเตอร์ของ #บ้านรักไทย หมู่บ้านสุดท้ายของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ติดกับชายแดนประเทศพม่า ที่นั่นเคยเป็นฐานของคนจีนยูนนานที่อพยพเข้ามาประเทศไทย ทำให้มีกลิ่นของความเป็นจีน ผสมกับความเป็นชาวไทใหญ่..เราจัดแจงจองที่พัก+ตั๋วรถทัวร์กรุงเทพแม่ฮ่องสอน ได้วันเวลาที่ว่างแล้วก็ออกเดินทาง ทริปนี้ไปคนเดียว ไม่ได้เอากล้องไปและถ่ายทุกอย่างผ่านมือถือ Huawei P9+ ระยะเวลา 15 ชั่วโมงจากกรุงเทพ เดินทางถึงแม่ฮ่องสอน ผ่านขุนเขาร้อยพันโค้งแต่ความรู้สึกไม่ได้ชวนอ้วกอย่างที่คิดเพราะหลับมาเกือบตลอดทางจะมาเสียวๆหน่อยก็ช่วงเข้าแม่ฮ่องสอนแล้ว รถจอดที่ขนส่ง เราเรียกวินมอไซค์ให้พาไปร้านเช่ารถมอไซค์ที่อยู่บริเวณ ริมหนองจองคำ ค่าเช่ารถวันละ 180 บ. มัดจำ1000 พร้อมน้ำมันเต็มถัง ใช้หลักฐานในการเช่าแค่บัตรปชช. ซึ่งรถที่จะเป็นพาหนะในการเดินทางตลอดทริปนี้คือ Honda Dream เริ่มต้นของจริง จากแม่ฮ่องสอนไปบ้านรักไทย ระยะทางรวม 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นทางเขาสูงชันและโค้งเยอะมาก แต่เส้นทางค่อนข้างจำง่ายเพราะตรงอย่างเดียวแล้วก็เลี้ยวไปตามที่ Google บอก ระหว่างทางไปบ้านรักไทย จะผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญของแม่ฮ่องสอนคือสะพานซูตองเป้ สะพานไม้แห่งศรัทธาความยาว 600 เมตร ทอดยาวผ่านทุ่งนาสีเขียว มีฉากหลังเป็นภูเขาและท้องฟ้าสีสดใส เราแวะทานอาหารมื้อแรกของวันที่นี่ พร้อมกับทำใจก่อนที่จะต้องไปเผชิญกับหนทางสุดโหดของบ้านรักไทย จากสะพานซูตองเป้ มุ่งหน้าขึ้นบ้านรักไทย ใช้เวลาอีกประมาณ 30 นาที … Continue reading รีวิว : แม่ฮ่องสอน x บ้านรักไทย มอไซค์คนเดียวกับ Huawei P9+

Review : Miss Saigon (Live Performance) สะเทือนอารมณ์อย่างหนักหน่วง

Miss Saigon โปรดักชั่นใหม่ของคาเมรอน แมคอินทอช นำมาขึ้นจอหนังผ่านมุมมองแบบ Cinematic ในวาระฉลองครบรอบ25ปี แม้ก่อนหน้านี้จะเคยดู Miss Saigon เวอร์ชั่นไทยมาแล้วและคิดว่าอยู่ในระดับกลางๆ แต่พอมาดูโปรดักชั่นนี้ เป็นเหมือนการพลิกจากหน้ามือเลยทีเดียว เพราะสิ่งที่ถ่ายทอดออกมามันให้ความสมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ ซึ่งเราจะขอเล่ารายละเอียดแบบเจาะรายฉาก พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นความต่างของ London Production กับ Bangkok Production   Cast KIM : Eva Noblezada The Engineer : Jon Jon Briones Chris : Alistair Brammer John : Hugh Maynard Ellen : Tamsin Carroll Thuy : Kwang-Ho Hong Gigi : Rachelle Ann Go Act … Continue reading Review : Miss Saigon (Live Performance) สะเทือนอารมณ์อย่างหนักหน่วง

[Review] Hong kong soya sauce chicken rice & noodle ร้านฟู๊ดคอร์ทของสิงคโปร์ ติด1ดาวมิชลินไกด์

มิชลินไกด์ หนึ่งในวงการวิจารณ์อาหารชื่อดังของโลกที่มีการติดดาวให้กับร้านอาหารดังๆทั่วโลก ที่ล่าสุดเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเริมมีการชิมและวิจารณ์จัดอันดับติดดาวให้กับร้านบนเกาะสิงคโปร์ ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่ มีร้านในฟู๊ดคอร์ท เป็นร้านธรรมดาเล็กๆได่รับการติดดาวด้วย โดยการไปเยือนสิงคโปร์รอบที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสแวะไปชิมด้วย ร้านนี้ชื่อว่า Hong kong soya sauce chicken rice & noodle ตั้งอยู่ที่ Chinatown Food Complex หรือหลังวัดพระเขี้ยวแก้วนั่นเอง ใครมาถึงแล้วให้เดินขึ้นมาชั้นสอง เนื่องจากเป็นพื้นที่ฟู๊ดคอร์ทและมีร้านย่อยอยู่หลายร้าน ถ้าหาไม่เจอให้เดินหาร้านล็อกที่ #02-125 แต่หาไม่ยากนักหรอกเพราะจะเป็นร้านที่คิวยาวที่สุด   ตอนเราไปถึงเป็นเวลา 11 โมงแล้ว ที่หน้าร้านจะมีพนักงาน 1 คนทำหน้าที่จัดคิวให้คนไปต่อแถว เลยไม่วุ่นวายมาก เราถูกให้ไปต่อคิวท้ายสุด แถวขยับไปอย่างช้าๆ ผ่านโต๊ะที่มีเก้าอี้นั่ง ถ้าเมื่อยก็นั่งระหว่างทางไปเรื่อยๆก็ได้ ข้อแนะนำคืออย่าหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ๆมาไม่งั้นระหว่างรอเมื่อยแน่นอน คนที่มากินที่ร้านส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งและจีน ทุกคนรอแบบไม่ย่อท้อรวมถึงรักษาสิทธิ์ไม่ให้ใครมาแทรกคิวของตัวเองด้วย ถ้าไปกับเพื่อนหลายคนจะดีมาก เพราะสามารถให้เพื่อนเข้าคิวไว้ก่อน หรือให้ไปซื้อน้ำดื่ม ของกินเล่นหรือผลัดกันมายืนรอได้ ในที่สุดคิวเราก็มาถึงตอน 13.30 น. เป็นเวลาสองชั่วโมงครึ่งที่ยืนรอ จะมีพนักงานอีกคนรับออเดอร์ ในขณะที่เชฟก็จะก้มหน้าก้มตาสับไก่ สับหมูไป ที่ร้าน Hong kong … Continue reading [Review] Hong kong soya sauce chicken rice & noodle ร้านฟู๊ดคอร์ทของสิงคโปร์ ติด1ดาวมิชลินไกด์

Wicked A New Musical เมื่อฉันต้านแรงโน้มถ่วงที่ Grand Theatre MBS.

Wicked A New Musical เหาะลัดฟ้าจากUK Tour มาเปิดแสดงที่เอเซียอีกครั้งในรอบ13ปี โดยประเดิมที่แรกที่ Grand Theatre Marina bay sands ของสิงคโปร์ โดยยกโปรดักชั่นสุดอลังการทั้งหมด ฉาก แสง สี เสียง มาครบชุด ไม่มีตัดส่วนใดออก หน้าโรงละครที่มาริน่า เบย์แซนด็มีจัดแสดงชุดของWicked ให้เราได้ส่องดีเทลความละเอียดของงานคอสตูมด้วย รอบที่เราดูเป็น Cast หลักได้ Jacqueline Hughes เล่นเป็น Elphaba และ Elizabeth Futter เล่นเป็น Glinda เป็น Cast เดียวกับที่ใช้ในตอน UK tour ถือว่ามาตรฐานสูงพอสมควรเลยสำหรับโปรดักชั่นนี้ ก่อนหน้านี้เราได้ดูตัว Live แบบ HD ของโปรดักชั่นปี 2013 มาแล้ว แต่สำหรับการดูสดในรอบนี้ตื่นเต้นมากกว่า10เท่า เราจองตั๋วผ่าน Sistic.sg ราคา 113 SGD … Continue reading Wicked A New Musical เมื่อฉันต้านแรงโน้มถ่วงที่ Grand Theatre MBS.

ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล (2559) รักเธอทั้งหมดของหัวใจ [อีกครั้ง]

“...อดทนเวลาที่ฝนพรำ..อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจางหาย ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ...” การกลับมาของ ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล เป็นหนึ่งในละครเวทีที่เราอยากให้มีการรีสเตจอีกครั้ง เพราะโปรเจ็กต์เมื่อปี 2553 สร้างความประทับใจทั้งบทเพลงและการแสดงของแคสเดิม การประกาศรีสเตจ รีแคสใหม่ในปี 2558 ทำให้เราเฝ้ารอที่จะได้เห็นความแตกต่างของ Jukebox Musical เรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการกลับมาที่ทำได้ค่อนข้างดีไม่แพ้ เวอร์ชั่นปี 2553 ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล เป็นการร้อยเรียงบทเพลงจากปลายปากกาของบอย โกสิยพงษ์ มาเป็นเรื่องราวว่าด้วยความรักของคนรัก พี่น้อง ผองเพื่อน ในร้านที่มีชื่อว่า 3 Season ‘พัด’ (กัน นภัทร) กับ ฝน (หนูนา หนึ่งธิดา) คู่รักที่ดูใจกันมานานและตัดสินใจเริ่มจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ตามมาด้วยเหตุให้ทุกคนในเรื่องราวของลมหายใจเดอะมิวสิคัล ได้เรียนรู้ คุณค่า ความหมายของคำว่า ‘เวลา’ และ ‘ชีวิต’ ในด้านโปรดักชั่น ดีไซน์ ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล ในปี 2559 ทำออกมาแบบพอดีตัวคือฉากไม่ใหญ่มากแต่ใช้ค่อนข้างคุ้ม โดยเน้นไปที่การเล่าเรื่องของตัวละครผ่านบทเพลงมากกว่า … Continue reading ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล (2559) รักเธอทั้งหมดของหัวใจ [อีกครั้ง]

เดินชิลล์ลัดเลาะย่านเก่า ย้อนวันวาน ที่ ‘พิพิธบางลำพู’

พิพิธบางลำพู...สถานที่ท่องเที่ยวและเรียนรู้แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยกรมธนารักษ์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาของชุมชนย่านบางลำพู โดยตัวอาคารนำเอาตึกราชพัสดุเก่ามาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น จึงทำให้ พิพิธบางลำพู มีกลิ่นอายความโบราณคลาสสิคแบบที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้ หรือถ้าใครชอบถ่ายรูปตึกเก่า ตึกของพิพิธบางลำพู ถือว่าเป็นอีกแห่งที่ควรค่าแก่การไปเยือน   โชคดีมากที่ตอนเราไปเที่ยวมีการจัดเสวนา 'เสน่ห์บางลำพู ธนารักษ์คู่ชุมชน' ซึ่งมีการเชิญ 3 ฝ่ายที่ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนา พิพิธบางลำพู เล่าความเป็นมาให้ฟัง ถือว่าเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจ เพราะกรมธนารักษ์เล่าให้ฟังว่าต้องการทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชาติและเปิดโอกาสให้หน่วยงานอื่นเข้ามาใช้พื้นที่ด้วย โดยกลุ่มประชาคมชาวบางลำพูได้ร่วมมือกับกลุ่มเยาวชนได้นำอัตลักษณ์ของชุมชนมานำเสนอให้กับนักท่องเที่ยวและคนรุ่นหลังได้รับรู้ด้วย หลังจากรับฟังที่มาที่ไปอันน่าภาคภูมิแล้ว เราก็ถึงเวลาเข้าไปย้อนวันวานกัน     พิพิธบางลำพู แบ่งส่วนจัดแสดงเป็น 6 ส่วน แต่ละที่จัดแสดงเซตเป็นฉากให้เราได้ถ่ายรูปเก๋ๆอีกด้วย โซน1  เข้าไปถึงเป็นนิทรรศการหมุนเวียนจัดแสดงเกี่ยวกับสมเด็จพระราชินี เราจะได้ซาบซึ้งถึงพระราชกรณียกิจและเรื่องราวน่าประทับใจ ภาพหาชมยากที่ โซน 2 เป็นการเล่าเรื่องการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ การสร้างเมือง ขุดคลองในการสัญจร การสร้างป้อมเพื่อป้องกันพระนครและกำแพงพระนครเดิม ส่วนนี้เราจะได้เห็นว่ากรุงเทพแต่เดิมนั้นเป็นยังไง โซนที่ 3 จัดแสดงเกี่ยวกับกรมธนารักษ์ ข้อมูล ภาพถ่ายและสิ่งของหาชมยาก เช่นเรื่องของโรงกษาปณ์การผลิตเงิน หน้าที่การดูและพระคลังมหาสมบัติ โซนที่ 4 จัดแสดงเกี่ยวกับชุมชนบางลำพู นี่คือมุมสุดฮอตที่มีคนชอบมาถ่ายรูปมากที่สุด จะมีฉากเก่าๆให้ได้เข้าไปถ่ายรูป เล่าเรื่องอดีตจนถึงปัจจุบันของชุมชนบางลำพู เล่าเรื่องของดีในชุมชนบางลำพู ที่หาชมยากและควรค่าแก่การอนุรักษ์ โซนที่ 5-6 เป็นการจัดแสดงสิ่งพิมพ์และห้องสมุดชุมชนให้ได้นั่งแวะพักหาความรู้กัน   … Continue reading เดินชิลล์ลัดเลาะย่านเก่า ย้อนวันวาน ที่ ‘พิพิธบางลำพู’

Review : สระบัว by Kiin Kiin @สยามเคมปินสกี้ ( 1 ดาวมิชลิน)

สระบัว บาย กิน กิน เป็นห้องอาหารไทย ในโรงแรมสยามเคมปินสกี้ ซึ่งได้เชฟจาก กิน กิน (Kiin Kiin)ห้องอาหารไทยชื่อดังระดับดาวมิชชิลิน ที่อยู่ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มาเป็นผู้รังสรรค์และออกแบบห้องอาหาร การบริการ และเมนูให้ โดยความล้ำของเมนูจะเป็นการประยุกต์เอาอาหารไทยที่เราคุ้นเคยมานำเสนอในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและได้รสชาตแบบไทยๆที่ล้ำลิ้นแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสที่ไหน โดยเซตอาหารจะถูกจัดวางเรียงลำดับก่อน-หลัง เพื่อให้รสชาติที่ดีที่สุดสำหรับคนทาน ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มชิมกันเลย เซตแรกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ในรูปแบบ "street food" แต่จะถูกทำให้แปลกตาไป ซึ่งเซตนี้จะมาแบบเล็กน้อย คำเดียวหมด ตั้งแต่ ยำทูน่าสมุนไพร เสิร์ฟบนดอกบัว ไข่ตุ๋นรสมิโซะ ผัดกระเพราถูกทำใส่แก้วใบเล็กๆปั่นจนได้กลิ่นของใบกระเพรา เมี่ยงคำใส่มาในรูปแบบของเกี๊ยวทอดกรอบข้างในเป็นสมุนไพร และต้มยำกุ้ง จะแยกตัวน้ำต้มยำออกมาต่างหาก ส่วนกุ้งถูกนำไปบดแล้วบีบออกมาคล้ายเส้นบะหมี่ เสิร์ฟพร้อมไวน์ตัดรสความอร่อยได้แบบลงตัว     มาถึงเมนูไฮไลท์ของวันนี้ 4 อย่างได้แก่ ต้มข่านกกระทา  มีเนื้อนกกะทาชิ้นพอดีคำ ความหวานมันแบบพอดีปนกลิ่นเครื่องเทศของต้มข่าช่วยชูรสชาติของเนื้อนกกระทาเพิ่มขึ้นไปอีก ตามมาด้วย หอยเชลล์ซอสมะขาม ได้หอยเชลล์ชิ้นใหญ่มา 2 ตัว ซอสมะขามถูกราสมาบนตัวหอยให้รสชาติเปรี้ยวหวานนิดๆ เข้ากันดี สลัดทับทิมกุ้งสด จานนี้มีพรีเซนเทชั่นที่ค่อนข้างดี คือเสิร์ฟมาบนถ้วยใบใหญ่กุ้งสดถูกวางไว้ด้านล่างสุดด้านบนโปะด้วยสายไหมน้ำตาลและโรยด้วยต้นทานตะวัน เวลาทาน พนักงานเสิร์ฟจะราดน้ำซอสมะนาวลงไปบนสายไหมทำให้น้ำตาลละลายความหวานกับความเปรี้ยวตัดกันกลายเป็นน้ำยำรสเด็ด ซึ่งที่นี่ใช้สายไหมแทนความหวานจากน้ำตาลนั่นเอง … Continue reading Review : สระบัว by Kiin Kiin @สยามเคมปินสกี้ ( 1 ดาวมิชลิน)

ວັງວຽງ…ການລະຄັ້ງໜຶ່ງ ทริปวังเวียง..เมื่อเข็มนาทีแทบไม่กระดิก

วังเวียง...กระทู้ยอดนิยมบนพันทิป ไม่คิดสักครั้งว่าจะได้ไปเพราะมันเดินทางยากและมีรีวิวเกร่อไปหมด รอบนี้เลยไม่คิดจะเขียนอะไรเกี่ยวกับการแนะนำการท่องเที่ยวเพื่อให้ไปตามรอย แต่จะเป็นอารมณ์เสียมากกว่าว่าเป็นอย่างไร รู้สึกอะไร เป็นทริปตามอารมณ์ล้วนๆ *รูปมีใส่สะกดชื่อวังเวียงผิดบางภาพนะ ขี้เกียจแก้ /ภาพจากกล้อง ขี้เกียจแต่ง จบ  Day 1 : การเดินทางของเราเริ่มต้นจากสนามบินดอนเมือง ไปลงสนามบินอุดรธานี ต่อรถตู้ 1 ชั่วโมงไปลงด่านสะพานมิตรภาพหนองคาย ใช้เวลาทำเรื่องเข้าด่านนานเพราะคนเยอะ อากาศเริ่มร้อนทำให้เราเริ่มเพลีย จากด่านเราเหมารถตู้ไปขนส่งเวียงจันท์สายเหนือ เพื่อหารถต่อไปยังวังเวียง...กว่าจะเสร็จตรงนี้เวลาก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสองแล้ว ใช้เวลาเดินทางจากขนส่งไปวังเวียงอีกสามชั่วโมงครึ่ง รถตู้แอร์ร้อนและอัดกันจนแน่น เส้นทางคดเคี้ยวทำความเร็วไม่ได้มากที่ทำได้อย่างเดียวคือทำใจให้ไปถึงวังเวียงก่อนค่ำ รถขับผ่านสายฝนสองข้างเขียวไปด้วยภูเขา ระทึกทุกเมื่อที่มีรถแซงซ้ายเราออกไปและทางที่โหดราวกับเป็นน้องของปายร้อยโค้ง ทำให้เราไม่อาจงีบพักสายตาได้ ก่อนที่จะให้มันมากไปกว่านี้ เราก็มาถึงเมืองจุดหมายสักที ‘วังเวียง’ ทุกอย่างได้ถูกเตรียมมาจากกรุงเทพฯหมดแล้ว เรามาถึงก็เดินเข้าที่พัก ล้างหน้าล้างตาแล้วปั่นจักรยานออกไปหามื้อค่ำกิน และทำอะไรไม่ได้อีกนอกจากเพลียร่างต้องการพักผ่อนอย่างแรง วันแรกหมดไปกับการเดินทางและความเหนื่อยล้า     Day 2 : ตามความตั้งใจและแผนแบบลวกๆของเราวันนี้จะไปแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปคือ บลูลากูน เราเช่ามอเตอร์ไซค์ซ้อน3เดินทาง 6 กิโลเมตร ผ่านภูเขา ทุ่งนาและฝูงวัว วิวสองข้างทางคือโคตรสวย มันเป็นภูเขาหินปูนแบบทางใต้ที่เรามักเจอตามทะเล เหมือนในหนังจีนอะไรทำนองนั้น สองตาซึมซับบรรยากาศ ก่อนที่จะมา เจอทางแยกสองทางที่มีลูกศรชี้ไปว่าบลูลากูน แต่หารู้ไม่ว่าป้ายนั้นคือทางไปบลูลากูนแห่งที่ … Continue reading ວັງວຽງ…ການລະຄັ້ງໜຶ່ງ ทริปวังเวียง..เมื่อเข็มนาทีแทบไม่กระดิก

Review : Shrek The Musical ฉันจะเป็นใคร..เมื่อฝันในโลกจริงไม่สวยงาม

ก่อนหน้านี้เราสัมผัสเรื่องราวของเจ้ายักษ์เขียว Shrek จากอนิเมชั่นของดรีมเวิร์คส์และถ้าคอละครเวทีมิวสิคัลก็คงจะรู้ว่า เชร็ค มิวสิคัลที่บรอดเวย์ ทำแผ่นบันทึกการแสดงสดแล้วเมื่อปี 2013 ทำให้เราไม่คาดหวังว่า การที่เชร็ค มิวสิคัล จะให้อะไรมากกว่าความฮาและความบันเทิงแบบฉบับครอบครัว แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือประเด็นแฝงที่เราหลงลืมและมองไม่เห็นจากเชร็ค ฉบับอนิเมชั่นที่คอมเมดี้มันโดดเด่นจนกลบเนื้อแท้ของเรื่องราวดีๆนี้ เชร็ค มิวสิคัล จะมีเปลือกนอกเป็นมิวสิคัลคอมเมดี้ตามแบบฉบับดั้งเดิมของอนิเมชั่น แต่ความฉลาดของ Book of a Musical คือการให้แต่ละเพลงแต่ฉากถ่ายทอดความเป็นคนที่ด้อยค่าและถูกมองเหยียดทั้งจากเพศ ความบกพร่อง หน้าตา ความเตี้ย สูง เหล่า LGBT หรือ ปมต่างๆที่ทุกคนล้วนมี หรือสังคมประทับตราให้เราว่าคือความแปลกแยก สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านตัวละครเทพนิยายที่ถูกย้ายมายังบ่อน้ำของเชร็ค หรือ แม้แต่ตัวเชร็ค พระเอกของเรื่องก็ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้เช่นเดียวกัน ตอนเปิดเรื่องด้วย overture แบบสดใสของเชร็คก่อนจะเล่าที่มาที่ไปของยักษ์ตัวเขียว พ่อแม่ออกมาสาธยายถึงความสวยงามของโลกและทิ้งท้ายด้วยประโยคร้ายๆว่า สิ่งสวยงามที่กล่าวมาทั้งหมด มันไม่ใช่สำหรับเธอเลย มิวสิคัลเปิดปมใหญ่มาให้เราและให้คำใบ้ว่าสิ่งที่จะแก้ไขปมเหล่านั้นได้คือการออกตามหาตัวตน การออกเดินทาง ซึ่งสิ่งที่เชร็คทำคือ เมื่อโลกไม่ต้องการคนอย่างเขา สังคมไม่ต้องการคนผิดปกติ เขาเลยเลือกที่จะก่อกำแพงให้กับตัวเองด้วยการปลีกวิเวกมาอยู่ที่บ่อน้ำนั่นเอง ในส่วนของชีวิตที่หลายคนมองว่าเพอร์เฟ็กต์อย่างเจ้าหญิงฟีโอน่า ก็ล้วนมีปม มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นเช่นเดียวกันในเพลง I Know It's Today เราจะเห็นความฝันของเจ้าหญิงหลายๆคนที่เฝ้ารอเจ้าชาย … Continue reading Review : Shrek The Musical ฉันจะเป็นใคร..เมื่อฝันในโลกจริงไม่สวยงาม

Just Keep Walking : Singapore River Walk เดินชิลล์เลียบแม่น้ำ แค่5กิโลเอง!!

ก่อนหน้านี้ไปสิงคโปร์ทีไรก็ใช้แต่ รถไฟฟ้าใต้ดินทุกที รอบนี้มาหนที่ 3 เลยอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินแบบชิลล์ๆ ไม่เร่งรีบมาก เลยอาศัยช่วงแดดร่ม ลมตก ช่วงหัวค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่ไฟตามตึกสูงและสถานที่ต่างๆ เปิดไฟประดับแล้ว ออกเดินเส้นทาง Singapore River Walk ตั้งแต่ clarke quay ไปจนถึง marina bay sands ระยะทางไปกลับ 5 กิโลกว่าๆ โดยเส้นทางเป็นวงกลม เดินง่ายๆ ตาม Map ข้างล่างเลย เริ่มออกเดิน จากสถานี  clarke quay จะมีถนนให้คนเดินเลียบแม่น้ำ หรือใครไม่อยากออกกำลังกายให้เหนื่อยก็มีบริการล่องเรือก็ได้ชมวิวไปอีกแบบ ย่าน clarke quay  จะมีร้านอาหารเรียงรายไปตามทาง และมีคนมานั่งพัก นั่งริมน้ำไปเรื่อย   เดินตามทางมาเรื่อยๆจะผ่านกลุ่มตึก มิวเซี่ยมและสถานที่สำคัญ สะพานสวยๆ สะพานเชื่อมถึงหน้า asian civilisations museum ผ่านสะพานตรงนี้ไปจะเข้าใกล้จุดแลนด์มาร์คของสิงคโปร์ สิ่งแรกที่ต้อนรับเราคือแสงสีที่ประดับอยู่บนตัวตึก The Fullerton Hotel  เป็นโรงแรมห้าดาวเก่าแก่ของสิงคโปร์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ สร้างแบบสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิค … Continue reading Just Keep Walking : Singapore River Walk เดินชิลล์เลียบแม่น้ำ แค่5กิโลเอง!!

ชะตากรรมของ ‘คิม’ เพราะชีวิตนี้ช่างหนักหนาเหลือเกิน [Miss Saigon]

Miss Saigon ของ Alain Boublil, Claude-Michel Schönberg ผลงานอำนวยการสร้างโดย Cameron Mackintosh หนึ่งในมิวสิคัลที่ประสบความสำเร็จอีกหนึ่งเรื่องและเพิ่งลาโรงละครที่เวสเอ็นต์ มุ่งหน้าสู่บรอดเวย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การกลับมาในรอบ 25 ปีของ Miss Saigon ทำให้เราอดคิดถึงตัวละครเอกของเรื่อง ‘คิม’ สาวน้อยผู้ผ่านมรสุมชีวิตในช่วงสงครามเวียดนาม ที่ผ่านอะไรมามากมายล้วนแต่ไม่มีคำว่าความสุขในการหล่อเลี้ยงชีวิตเลย จนทำให้เราแอบเห็นใจเธอและยกให้เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีชีวิตน่าเศร้ามากที่สุดคนหนึ่งในบรรดาตัวละครของวงการมิวสิคัล ชีวิตของคิม ถูกเล่าผ่าน Miss saigon ตั้งแต่องก์แรก เธอแนะนำตัวว่า เป็นสาววัย17ปีที่เพิ่งมาทำงานในบาร์นามว่า ดรีมแลนด์ ในคืนแรกของการทำงานนั่นเอง ทำให้หล่อนมาประสบพบเจอกับคริส ทหารจีไออเมริกัน (ตอนนั้นเป็นช่วงที่อเมริกาใกล้แพ้สงครามเวียดนามและไซง่อนกำลังจะแตกแล้ว ชาวเวียดนามที่ต้องการอพยพออกจากไซง่อน ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อแลกวีซ่า การจ่ายใต้โต๊ะและทำทุกวิถีทางเพื่อไปยังดินแดนแห่งเสรีที่เชื่อว่าจะนำสิ่งที่ดีกว่ามาให้) ในค่ำคืนระหว่างคิม กับ คริส หล่อนได้บอกปูมหลังอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างความหดหู่ คือการเห็นบ้านพ่อแม่ถูกไฟไหม้และพ่อแม่ก็จมกองเพลิงไปต่อหน้าต่อตา จนทำให้ชีวิตระหกระเหินมาทำงานเปลืองตัวในบาร์ดรีมแลนด์ ด้วยความเห็นใจ คริส จึงสัญญาว่าจะรักและพาเธออยู่อเมริกาด้วย งานพิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นเล็กๆ เพื่อขอกราบขอขมาบรรพบุรุษในสิ่งที่เธอเคยทำให้มัวหมอง แต่ไม่ทันจะได้มีความสุข ‘ถวี’ อดีตคู่หมั้นของคิม ก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับทวงคำสัญญาระหว่างพ่อของเธอกับพ่อของถวี เกี่ยวกับการครองคู่กัน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความรักของเธอถูกคลุมถุงชนมาก่อนหน้านี้แล้ว แม้ถวีจะยอมจากไปแต่โดยดี … Continue reading ชะตากรรมของ ‘คิม’ เพราะชีวิตนี้ช่างหนักหนาเหลือเกิน [Miss Saigon]

Review : Annie (1982) พรุ่งนี้…แสงแดดจะยังคงส่องมา

Annie หนังมิวสิคัลที่ประสบความสำเร็จและพัฒนาโปรดักชั่นไปสู่รูปแบบละครเวทีโลดแล่นบนบรอดเวย์และทั่วโลก โดยตัวหนังและมิวสิคัลดัดแปลงจาก Little Orphan Annie แต่ถ้าย้อนกลับไปเวอร์ชั่นที่โด่งดังและน่าจดจำที่สุดคงหนีไม่พ้น ภาพยนตร์เมื่อปี 1982 ที่กลายเป็นต้นแบบให้กับหนังและมิวสิคัลของแอนนี่อีกหลายเวอร์ชั่นต่อมา โดยเฉพาะเพลงเอกของเรื่องอย่าง May Be และ Tomorrow ผ่านการแสดงอันน่ารัก ของ Aileen Marie Quinn เด็กหญิงผมแดงในชุดสีแดง กลายเป็นคาแร็คเตอร์ชวนจดจำของแอนนี่ไปด้วย Annie เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงกำพร้านามว่า แอนนี่ ที่อาศัยอยู่ในสถานรับเลี้ยงของมิสฮานนิแกน ซึ่งไม่ได้มีสภาพน่าเป็นอยู่สักเท่าไหร่ แอนนี่จึงได้หนีออกมาแต่ก็ถูกจับได้ แต่โชคก็เข้าข้างเพราะระหว่างที่เธอโดนลงโทษอยู่นั้นมีสาวเลขาของมหาเศรษฐีคนหนึ่งมาขอเด็กไปดูแล 1 สัปดาห์เพื่อช่วยปรับภาพลักษณ์ให้กับมหาเศรษฐีคนนั้น จากหนึ่งสัปดาห์กลายเป็นความผูกพัน แอนนี่ได้สอนให้ทุกคนในบ้านรวมทั้งมหาเศรษฐีเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ความสุข’ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยคิดว่าการมีเงินจำนวนมากจะนำพามาซึ่งความสุข จนสุดท้ายมหาเศรษฐีตัดสินใจอยากจะอุปถัมภ์แอนนี่ แต่แอนนี่กลับปฏิเสธและต้องการตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง ซึ่งมหาเศรษฐีก็ได้ช่วยประกาศตามหาพร้อมกับจะมอบเงินรางวัลให้ จนทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาสมัครเป็นพ่อแม่แอนนี่กันเต็มไปหมด ความโดดเด่นของแอนนี่อยู่ตรงที่การเป็นมิวสิคัลคอมเมดี้ที่พยายามสอดแทรกกำลังใจการใช้ชีวิตเล็กๆไว้ด้วย การเปิดเรื่องด้วยเพลงชวนเศร้าอย่าง May Be ซึ่งเป็นเพลงที่แอนนี่เฝ้าถวิลหาความรู้สึกของการมีครอบครัว ก่อนที่จะเศร้าไปมากกว่านั้นหนังก็ตัดอารมณ์ด้วยความสนุกสนานของเพลง "It's the Hard Knock Life" ซึ่งเป็นเพลงที่เด็กๆในบ้านเด็กกำพร้าร้องไปทำความสะอาดไป แต่ระหว่างนั้นก็โชว์ความซุกซนแบบเด็กๆด้วยเต้น ตีลังกา ทำให้ฉากนี้ดูเพลินมาก อีกเพลงเด่นของหนังคือ … Continue reading Review : Annie (1982) พรุ่งนี้…แสงแดดจะยังคงส่องมา

Les Miserables (Musical) ชีวิตดับฝันเพราะมันเกิดขึ้นจริง [Review]

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันนี้จะมาถึงจริงๆ วันที่ได้เขียนรีวิว Les Miserables (Musical) แม้ก่อนหน้านี้จะทำได้แค่นั่งดู Youtube ตอนงานครบรอบ10 ปีของละครเวทีเรื่องนี้ โหลดเพลงมาฟัง ซื้อแผ่นงาน 25ปีมาดู จนกระทั่งมันเป็นหนังก็ยังหาบัตรไปดูรอบกาล่าให้ได้ แต่การได้ดู Production ในโรงละครจริงๆมันไม่อาจเทียบได้กับทุกอย่างที่ผ่านมา ซึ่งทั้งเพลง พล๊อตเรื่องเราร้องได้หมดแล้ว คาดเดาได้ทุกอย่างแต่การที่เห็นมันเล่นอยู่ตรงหน้าทำให้รู้ว่าอีกหนึ่งความฝันถูกดับเพราะมันกลายเป็นความจริงแล้ว   Les Miserables (Musical) เปิดรอบทัวร์ที่โรงละครเอสพลานาด สิงคโปร์ เราจัดการจองตั๋วตั้งแต่ต้นปีผ่าน Sistic ได้บัตร E-Ticket รอบ 19 มิถุนายน โดยรอบแรกเลือกนั่ง A26 ชั้น 3 แถวหน้าสุด ราคาแค่ 104 SGD ตอนแรกแอบหวั่นว่านั่งสูงเกินไป แต่สุดท้ายก็คุ้มค่า เมื่อวันเวลามาถึงเราก็เดินทางข้ามทะเลไปสิงคโปร์แล้วก็เที่ยวรอหนึ่งวัน พอถึงวันแสดงจริงๆตื่นเต้นมากไปถึงโรงละครก่อนประตูเปิดสองชั่วโมงเลยเดินถ่ายรูปรอบๆไปก่อน ระหว่างนั้นก็นั่งดูมินิคอนเสิร์ตที่เป็นวงของเยาวชนสิงคโปร์จะมาบรรเลงโชว์ให้ดูทุกชั่วโมงของวันหยุด ตอนที่ไปได้ดูวง ClarQuinet เป็นการเอาคลาริเน็ตมาเล่นรวมวงล้วนๆ เพราะดี เพลงส่วนใหญ่เล่นตั้งแต่คลาสสิค เพลงจีน และป๊อป จนถึงเวลาประตูเปิดก็ได้ฤกษ์เข้าไปสู่โซนของจริงซะที บัตร E-Ticket … Continue reading Les Miserables (Musical) ชีวิตดับฝันเพราะมันเกิดขึ้นจริง [Review]

สติ๊กเกอร์ติดผนัง ซื้อที่ไหน? และติดอย่างไร? [How To]

สำหรับคนที่ชอบเดินทางแล้วการได้ไปพักตามโฮสเทลต่างๆ หรือ โฮเทลสไตล์ลอฟท์ที่ช่วงนี้มักจะตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลวดลายต่างๆ ทั้งที่ ข้อความคำคม หรือรูปต่างๆ พอเราเห็นก็อยากจะได้มาติดที่ห้องบ้าง แต่เอาเข้าจริง สติ๊กเกอร์ติดผนัง  วอลเปเปอร์ แบบที่โรงแรมถ้าจ้างคนมาติดราคาค่อนข้างสูง พอจะติดเองก็ดูยุ่งยากอีก แล้วก่อนหน้านี้เคยซื้อสติ๊กเกอร์แบบตามตลาดชุดละ 20 50 บาท มาติด สุดท้ายแล้วทำผนังเป็นรอยเลยเข็ดไปอีก     ด้วยความซนของมือเลยเปิดเน็ตค้นหาใน Google ก็เจอสติ๊กเกอร์ตกแต่งผนังที่น่าสนใจชื่อร้าน DECORIQ มี สติ๊กเกอร์ติดผนัง (ลองดูสินค้าได้ที่ http://www.decoriq.com/catalog/decoration-type/wall-sticker/ ) แต่งบ้านหลากหลายแบบให้เลือก ราคาไม่แพงส่วนใหญ่อยู่ที่แค่หลักร้อยต้นๆเท่านั้น ที่โดนใจคือคุณสมบัติลอกแล้วติดไม่ทำให้ผนังเป็นรอยดำ ตัว สติ๊กเกอร์ โปร่งใสไม่มีขอบขาวแบบสติ๊กเกอร์ตามตลาดด้วย ดูไปเรื่อยๆแล้วตัดสินใจเลือกลายแผนที่โลกเพราะเหมาะกับธีมนักเดินทาง ราคาแค่ 229 บาท จัดการสั่งซื้อ จ่ายเงินเรียบร้อยก็ได้รับเมล์คอนเฟิร์มออร์เดอร์ รอไม่เกิน 2 วันก็ได้สติ๊กเกอร์มาส่งถึงบ้านแล้ว ที่ชอบคือร้านแพ็คของใส่กระบอกแข็งมาอย่างดีทำให้สติ๊กเกอร์ไม่ยับไม่เป็นรอย กางออกมาดูลายน่ารักมากๆ     ขั้นตอนการติด สติ๊กเกอร์ติดผนัง 1.ทำความสะอาดฝาผนังด้วยเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำนิดๆ แล้วรอให้แห้ง 2.จัดการตัดส่วนที่เป็นขาวๆออก ตามหมายเลขที่เราจะเริ่มลอกมาแปะ แต่ถ้าใครมั่นใจในฝีมือการลอก ไม่จำเป็นต้องตัดก็ได้ลอกออกมาจ้า ความง่ายของสติ๊กเกอร์ชุดนี้คือ มีหมายเลขบอกด้วยว่าอันไหนติดตรงไหน … Continue reading สติ๊กเกอร์ติดผนัง ซื้อที่ไหน? และติดอย่างไร? [How To]

2Day Trip : เที่ยวอุดรธานี นั่งไทม์แมชชีน สู่วิถีสโลว์ไลฟ์

อุดรธานี...เป็นเมืองทางอีสานเหนือ คนละโยชน์กับอุบลราชธานี ที่อยู่ฝั่งอีสานใต้ ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจผิดว่า 2 จังหวัดนี่ใกล้กันทั้งที่ลงท้ายธานีเหมือนกัน อุดรธานีขึ้นชื่อเรื่องแหล่งโบราณสถานบ้านเชียง ถิ่นกำเนิดมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทะเลบัวแดง ที่กลายเป็นสถานที่ยอดนิยม แต่หลายปีมา่นี้อุดรธานีได้มีเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นและอยู่ในรูทเดียวกันสามารถจัดทริปแบบ 1 - 2 วันได้แบบสบายๆ แถมทริปนี้ยังได้ประสบการณ์เรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และของอร่อยๆด้วย รับอรุณแบบชิลล์ๆที่ หนองประจักษ์ เริ่มต้นที่หนองประจักษ์...หนองน้ำขนาดใหญ่ใกล้ศาลหลักเมืองและทุ่งศรีเมือง บริเวณนี้ถูกจัดให้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของชาวอุดรฯเช้าๆจะมีคนมาวิ่ง เดินและปั่นจักรยาน ฝั่งตรงข้ามหนองประจักษ์จะมีร้านอาหารทั้งโจ๊ก ข้าวเปียกแบบอุดรให้ได้ลองชิมรสชาติแบบอร่อยๆ หลังจากอิ่มท้องแล้วอย่าลืมไปแชะรูปคู่กับน้องเป็ดยางยักษ์สุดน่ารักที่ลอยอยู่ริมหนองประจักษ์ ตอนนี้กลายเป็นอีกแลนด์มาร์คไปแล้ว ใกล้กับหนองประจักษ์จะมีศาลอากงแซ หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเชื่อว่าหากใครได้มากราบไหว้จะได้สมปรารถนา โดยทุกปีจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองแบบยิ่งใหญ่ด้วย   ภูพระบาท สโตนเฮนจ์เมืองไทย กับมนุษย์โบราณ จากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุดรธานี 67 กิโลเมตร เป็นสถานที่เกิดการผุพังสลายของหินทรายก่อให้เกิดเป็นลานหินกว้างและโขดหินขนาดใหญ่รูปทรงประหลาดมากมาย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้มีผู้คนเข้ามาใช้ชีวิต เขียนภาพลงบนก้อนหินเป็นลวดลายต่างๆ บ้างก็สลักหินให้เป็นที่เคารพบูชา ตั้งเรียงเป็นใบเสมาวงกลมเหมือน  สโตนเฮนจ์ นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมีการผูกโยงความเชื่อเกี่ยวกับตำนานนางอุษากับโศกนาฎกรรมความรัก พร้อมกับผูกเรื่องราวเข้ากับหินก่อนต่างๆ โดยก้อนหินที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ หอนางอุษา มีลักษณะคล้ายหอคอยสูงใหญ่ตั้งเด่นตระหง่าน ด้วยความที่มันเป็นลานหินกว้างทำให้วัยรุ่นหลายคนชอบมาถ่ายรูปแบบฮิปสเตอร์ที่นี่ด้วย   วัดป่าภูก้อน ความอลังการโอบล้อมด้วยขุนเขา … Continue reading 2Day Trip : เที่ยวอุดรธานี นั่งไทม์แมชชีน สู่วิถีสโลว์ไลฟ์

Art Of Salt “เกลือจะหวาน..ก็งานเนี้ยะ” ชวนเที่ยวงานประติมากรรมจากเกลือ สวยสุดในไทย

วันหยุดช่วงปิดเทอมนี้ นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ขอเชิญท่องเที่ยวเรียนรู้ในถนนสายเกลือ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี แหล่งผลิตเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ในงาน Art Of Salt ครั้งที่ 4 “เกลือจะหวาน..ก็งานเนี้ยะ” ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 15.30 น. ณ ถนนทางหลวงชนบท สส.2021 สาย Scenic route กม.41 พบกับประติมากรรมเกลือแห่งแรกของประเทศไทย เรียนรู้ดูงานในบรรยากาศ Saltfield สินค้าอาหาร ของฝากจากเพชรบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ร่วมมือกับจังหวัดเพชรบุรี โดยอำเภอบ้านแหลม และองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว โดยการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เครือข่าย Biz Club เครือข่าย OTOP จังหวัดเพชรบุรี สหกรณ์เกษตรชาวนาเกลือบ้านแหลม จำกัด /กลุ่มเกษตรทำนาเกลือบ้านแหลม จัดงานท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่องเกลือ Art Of … Continue reading Art Of Salt “เกลือจะหวาน..ก็งานเนี้ยะ” ชวนเที่ยวงานประติมากรรมจากเกลือ สวยสุดในไทย

รีวิวเที่ยว ‘ชะอำ-เพชรบุรี’ ไม่ได้มีแค่ทะเลกับชายหาด

ถ้ามาเมืองเพชรบุรี ไม่คิดถึงขนมหวานหม้อแกง ก็ชายหาดชะอำ แต่3 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯมาเพื่อสองสิ่งนี้ดูจะไม่คุ้มกับการนั่งรถมา เราเลยมองหาสิ่งใหม่ๆที่อยากให้ไปลองเที่ยวที่เมืองเพชรกัน จนค้นพบว่าที่นี่ยังมีศูนย์การเรียนรู้ทั้งแบบธรรมชาติและแบบ Advanture รวมถึงมีที่พักเปิดใหม่แบบน่ารักๆ ไม่รอช้าจัดกระเป๋าพร้อมเดินทางในวันเสาร์อาทิตย์ ขึ้นรถตู้แล้วลุยกันเลย   เรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ - โครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลสามพระยา  อ.ชะอำ ดำเนินงานภายใต้มูลนิธิชัยพัฒนา   สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม  โดยข้างในจะมีสวนสมุนไพรและสวนผลไม้ มีการจัดการตามองค์ความรู้แบบเศรษฐกิจพอเพียง  นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการทำลูกประคบสำหรับนวดคลายเส้นข้างในเต็มไปด้วยสมุนไพรกลิ่นหอมและมีสรรพคุณทางการรักษา รวมถึงมีการสาธิตทำยาหม่องสมุนไพร ที่นี่จะทำให้เราเรียนรู้ในการปรับตัวปรับวิถีของตัวเองให้ช้าลง และทำให้สุขภาพดีได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาหมอด้วย   ผจญภัยกลางท้องทุ่ง - Cha-am ATV Park เป็นการท่องเที่ยวเชิง Advanture ขี่รถ ATVชมวิวท่ามกลางท้องทุ่งนาสีเหลืองทอง มีวัว ม้า ห่านและนกให้ได้เราได้ปลดปล่อยไปกับธรรมชาติ ความสนุกของที่นี่คือสามารถเล่นได้ทุกคนในครอบครัวตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่ เพราะรถ ATV เป็นรุ่น Auto ขับง่ายและอยู่ในการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆเจ็บตัว รวมถึงยังมีสนามยิงธนูให้ฝึกประลองความแม่นยำและเพนท์บอลให้ได้บู๊กันด้วย อีกส่วนหนึ่งที่เป็นพาร์ทเปิดใหม่ของที่นี่ คือโรงแรม cha am country home เป็นโรงแรมเปิดใหม่สไตล์คาวบอยได้กลิ่นอายนายอำเภอวู้ดดี้ในอนิเมชั่น Toy Story … Continue reading รีวิวเที่ยว ‘ชะอำ-เพชรบุรี’ ไม่ได้มีแค่ทะเลกับชายหาด

ม่อนสน…หากคืนนี้มีดาวเป็นล้านดวง [กางเต็นท์บนดอยอ่างขาง]

เราเฝ้ารออยู่ในเต็นท์จนเพราะไม่อยากยืนทนหนาวกันข้างนอก....จนกลางดึกมั่น ใจว่าหลายเต็นท์ได้หลับกันไปแล้วหลังจากสำมะเลเทเมากับวงรอบกองไฟที่เพิ่งจบ บางกลุ่มยังคงนั่งจับเจ่าคุยสารทุกข์สุกดิบ...เมื่อได้เวลาเราก็ฝ่าลม หนาวออกมาข้างนอก เดินไปยังจุดชมวิวม่อนสน ที่ห่างจากเต็นท์ไม่ถึง 50 เมตร เราหวังว่าจะมาล่าดาวกันในคืนธันวาคม แม้จะผิดหวังเล็กที่มันไม่ใช่ทางช้างเผือก แต่ก็ยังแอบยิ้มว่ามันมีดาวเกลื่อนเป็นล้านๆดวง หลายคำแนะนำบอกว่าข้างบนหนาวจนเข้ากระดูกแต่เราก็ยังไม่ฟังและอยากถ่ายดาวมากกว่า เมื่อความดันทุรังมันดื้อเข้ามากๆ ตอนนี้เรากลับมองไปข้างหน้า ด้านล่างเป็นแสงไฟจากเมือง ส่วนด้านบนเป็นแสงไฟจากที่ๆไกลออกไป อุปสรรคของการถ่ายดาวอยู่ตรงที่ขาตั้งกล้องที่เตรียมมาดันพังและกล้องที่ใช้มันก็แค่กล้องแอนดรอยด์ธรรมดาที่ไม่อาจจะปรับโหมดให้เว่อร์วังอลังการได้ ภาพแบบตามมีตามเกิดจึงออกมาแบบที่เห็น เราใช้เวลากันนานพอสมควร บ้างก็มีคนแบกกล้องมาถ่ายเหมือนกัน แสงไฟจากเด็กแม้วที่มาเดินเก็บเตาหมูกะทะตามเต็นท์เป็นแสงรบกวนบ้าง ที่นี่ไม่ได้มืดสนิทเพราะบางเต็นท์ก็ยังเปิดตะเกียงไว้ กล้องตั้งถ่ายไว้ แต่บางทีคนถือไฟฉายก็เดินผ่านไปมา ทำให้มันเป็นเส้นๆ เหมือนภาพถ่ายติดวิญญาณ ถ้าหนีหนาวไปนอนข้างล่างคงไม่เจออะไรดีๆแบบนี้ เคยอยากมองดาวเต็มฟ้าแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้สักทีเพราะในเมืองเต็มไปด้วยแสงไฟที่บดบังความสว่างจากท้องฟ้า บางทีกล้องก็ไม่อาจะเก็บแสงระยิบระยับพวกนี้ได้หมด...และธรรมชาติคงอยากให้เราเก็บมันไว้จากตาของเรามากกว่าการมองจากจอเลยต้องเอาภาพมาแอปแต่งให้มันใกล้เคียงกับของจริง แต่มันก็เทียบกันไม่ได้เลยจริง ภาพนี้ปรับให้มืดลง เร่งแสงบ้าง ให้มันออกมาดูเห็นไฟข้างบน ส่วนรูปแรกก็เอา4ภาพมาต่อกันให้เหมือนพาโน ตอนแรกตั้งใจจะใช้กล้องถ่ายแบบไม่ต้องมาต่อภาพทีหลัง แต่ความมืดและความหนาวก็ไม่อาจจะทำให้เราตั้งสมาธิกับการปรับโหมดให้ได้มากสักเท่าไหร่

Half Day :: กิ่วแม่ปาน…โปรดอย่าผ่านเลยไป (เชียงใหม่-อินทนนท์)

      "...กิ่วแม่ปาน เปรียบเหมือนมนต์เสน่ห์ของหญิงสาวท่ามกลางขุนดอยอินทนนท์ ใครได้มาสัมผัสคงจะไม่มีวันลืมเลือนเธอได้เลย..." กิ่วแม่ปาน...เราได้รู้จักกับเธอครั้งแรกเมื่อ 8 ปีที่แล้ว หลังจากได้มีโอกาสมาค่ายที่อินทนนท์และกลับมาครั้งที่ 2 เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว เส้นทางคดเคี้ยวริมสันเขาอีกด้านเป็นป่าและอีกด้านเป็นผาสูงที่ข้างล่างเป็นความเวิ้งว้างและวิวมุมกว้างของทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ทำให้เรานำการเดินทางไปที่กิ่วแม่ปาน เขียนเป็นหนึ่งในสารคดีเชิงท่องเที่ยว ในช่วงตอนเรียนวิชาเขียนบทความ และมันเป็นที่มาของประโยคข้างบนที่ยกมาไว้ให้อ่าน..... ฤดูหนาว 2558 เรากลับมาที่กิ่วแม่ปานอีกครั้ง ในช่วงที่โตขึ้นและเป็นช่วงที่อากาศดี ระยะทาง 3.2 กิโลเมตรอาจจะไม่ไกลสำหรับระยะทางธรรมดา แต่สำหรับทางเดินที่ต้องผ่านป่า ข้ามลำธาร ขึ้นลงๆ ทำให้ 3.2 กิโลเมตร เราเดินกันเกือบ 3 ชั่วโมงกว่า กิ่วแม่ปาน อยู่ตรงทางขึ้นไปสูงสุดแดนสยามที่คนมักจะไปถ่ายรูปและผ่านจุดนี้ไป เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการเที่ยว ความอดทน รวมถึงต้องจ้างคนนำทางซึ่งเป็นชาวเขาในพื้นที่หารายได้พิเศษ มาคอยเดินนำและแนะนำสถานที่ที่เราเดินผ่าน....ค่าคนนำทางต่อกลุ่มอยู่ที่ 200 บาท ทางเดินผ่านน้ำตกที่ไหลมาจากต้นน้ำ...หลุมที่เห็นเป็น กุมภลักษณ์ หรือ ที่เรียกว่า โบก เกิดจากกระทบของน้ำจนกลายเป็นหลุม อันนี้เป็นน้ำตกแห่งเดียวบนกิ่วแม่ปานที่สามารถตั้งกล้องถ่ายรูปได้ ยืนดูวิวนานๆแล้วค่อยผ่านไปก็ได้ คนนำทางเค้ารอได้จ้า... บุกป่าฝ่าดง...กันมาสักพักยังไม่ถึงครึ่งทาง...เสียงลมหวิวๆมาแต่ไกล จากรู้สึกอึดอัดก็ได้ไอเย็นมาปะทะใบหน้า ข้างหน้าเราเป็นทุ่งโล่งกว้างเป็นเนินสีเขียวสลับสีเหลืองเข้ม เรียกว่าทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ เดินไปสักพักจะพบกับทางเรียบสันผาที่มีจุดชมวิวให้เลือกถ่ายรูป ไฮไลท์อย่างหนึ่งนอกจากวิวสวยๆ … Continue reading Half Day :: กิ่วแม่ปาน…โปรดอย่าผ่านเลยไป (เชียงใหม่-อินทนนท์)

“ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น ป๊อป เฟรช” แฟนคลับชาว “เชียงใหม่” กรี๊ด…กระหน่ำ

ปาล์มมี่, แทททูคัลเลอร์, สิงโต นำโชค และ โพลีแคต คอนเนคความมันส์ “ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น ป๊อป เฟรช” แฟนคลับชาว “เชียงใหม่” กรี๊ด...กระหน่ำ     “ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น”  คอนเสิร์ตที่มีกระแสตอบรับดีเยี่ยม และแฟนคลับ “ช้าง” ทั่วประเทศต่างรอคอยให้ไปเยือน เพราะเป็นคอนเสิร์ตที่ “คอนเนค” สิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ศิลปิน, เวที, แสงสีและเสียง เป็นการเชื่อมทุกมิตรภาพมารวมกัน บนเวทีระดับ “ช้าง” โดยจุดเด่นของคอนเสิร์ตก็คือ นำคอนเนคชั่นของความเป็นเพื่อนมาจัดเป็นโชว์ชุดพิเศษ ซึ่งยากที่จะพบบนเวทีคอนเสิร์ตทั่วๆไป อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมให้ผู้มาร่วมชมคอนเสิร์ตได้ร่วมสนุกอีกมากมาย ทำให้ซึมซับกับบรรยากาศความมันส์ ได้อย่างลงตัว  “ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น” งานดนตรีที่เชื่อมทุกมิตรภาพ ตั้งใจจะมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่สดใหม่ยิ่งขึ้น      ในคอนเซ็ปต์ “Fresh” [เฟรช] ผ่าน 3 แนวดนตรี  ได้แก่ Rock Fresh … Continue reading “ช้าง มิวสิค คอนเนคชั่น ป๊อป เฟรช” แฟนคลับชาว “เชียงใหม่” กรี๊ด…กระหน่ำ

ดอยอ่างขาง…ตามรอยต้นบ๊วยจดหมายรักบนไทม์ไลน์

          "...ยอดบูชาของผม ผมจำต้องจากคุณมาไกลถึงเชียงใหม่ ดินแดนที่ผมไม่รู้จักกับสิ่งใดเลย หนาวหัวใจทุกครั้งเมื่อใกล้ค่ำ..." (จดหมายของยายเล็ก ภ.The Letter) ต้นบ๊วย...ฉากในความทรงจำของหนังรัก The Letter (2547) และกลับมาเบ่งบานอีกครัั้งในหนัง ไทม์ไลน์ จดหมายความทรงจำ (2557) หนึ่งในโลเคชั่นที่เฝ้าฝันมาตลอดหลายปีว่าสักครั้งจะมีโอกาสได้ไปเยือน 'สวนบ๊วย' บนดอยอ่างขาง แต่แพลนก็ถูกพับลงหลายครั้งและเดินทางไปที่อื่นแทนทุกครั้งด้วยปัญหาที่ว่า ดอยอ่างขาง เดินทางไปยาก ถ้าไม่มีรถ...และลำบากมากถ้าไปคนเดียว หยุดยาวปีนี้ถึงเวลาที่ฝันจะเป็นจริงสักที เมื่อรวมกลุ่มกับเพื่อนได้แล้ว สองเท้าก็พร้อมออกเดินทาง การเดินทาง เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ด้วยรถทัวร์ช่วงค่ำ เดินทางถึงเชียงใหม่เช้า ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงเพราะมันเป็นวันหยุดยาวและคนทยอยออกต่างจังหวัด เมื่อมาถึงแล้ว ก็ต่อรถ3ล้อไปที่จุดขึ้นรถตู้ที่ขนส่งประตูช้างเผือก ราคา150บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ผ่านอ.เชียงดาว ไชยปราการ ลงที่แยกดอยอ่างขาง จากนั้นเราเหมารถสองแถวขึ้นไป โดยตกลงกันว่าจะให้รถสองแถวเล็กสีขาวนำเที่ยวบนดอยตลอดทั้งทริป2วัน (โครงการหลวง-จุดกางเต็นท์-ไร่ชา-ไร่สตรอเบอรี่) ราคา1900 บ. ที่ต้องเหมารถเพราะแต่ละจุดห่างกันมากสุดๆ แถมเส้นทางเป็นบนเขาด้วยเลยต้องเหมารถขึ้นไปเอง … Continue reading ดอยอ่างขาง…ตามรอยต้นบ๊วยจดหมายรักบนไทม์ไลน์

Gadget Review : Sudio VASA หูฟังสวีเดน ซาวด์ล้ำ ดีไซน์เลิศ #sudio

Gadget Review : Sudio VASA หูฟัง สวีเดน ซาวด์ล้ำ ดีไซน์เลิศ ทุกวันนี้นอกจากโทรศัพท์มือถือจะเป็นอวัยวะที่เพิ่มเข้ามาชนิดที่ขาดไม่ได้แล้ว... หูฟัง ยังเป็นอีก Gadget ที่คนต้องพกประจำตัว ยิ่งกว่าพกร่มช่วงฤดูฝนซะอีก บางคนอาจจะชอบหูฟังที่มากับสมาร์ทโฟน บางคนอาจจะชอบแบบครอบหูอันใหญ่ๆ เพื่อเสียงที่มีคุณภาพ และบางคนอาจจะมองที่ดีไซน์ ซึ่งเราเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างละเอียดกับการเลือก หูฟัง เพราะนอกจากมันจะต้องให้ประสิทธิภาพในการแยกเสียงเครื่องดนตรีที่ดีแล้ว งานดีไซน์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกความเป็นตัวเราได้มาก โดยล่าสุดเรา ได้มีโอกาสแกะกล่องรีวิว หูฟัง สัญชาติสวีเดน ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของเสียงและการออกแบบที่ลงตัว เลยอยากจะเอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อจะเป็นตัวเลือกให้กับนักฟังเพลงอีกหลายคน Sudio เป็นชื่อหูฟังจากสวีเดนที่ผลิตออกมาแล้ว 3 รุ่นด้วยกัน แต่รุ่นที่เราจะมาแนะนำคือ VASA หูฟังดีไซน์เรียบหรูโดนใจ ง่ายต่อการใช้งาน ด้วยรูปแบบที่โค้งมนตัดกับขอบสีทองทำให้มันดูมีความโดดเด่น มีปุ่นที่สามารถควบคุมเพลงในมือถือได้ ทั้งกดเลื่อนเพลง เดินหน้า ถอยหลัง เพิ่ม-ลดเสียง หรือกดปุ่มกลางเพื่อหยุดเพลง - รับสายโทรเข้า ซึ่ง VASA เป็นหูฟังที่รองรับทั้งแอนดรอยด์ และ IOS ทำให้มันไม่มีปัญหาสามารถจูนเข้าได้กับทุกเครื่องสมาร์ทโฟน แถมมีซองหนังสีขาวอันเล็กๆไว้เก็บหูฟังด้วย อีกความโดดเด่นของ VASA … Continue reading Gadget Review : Sudio VASA หูฟังสวีเดน ซาวด์ล้ำ ดีไซน์เลิศ #sudio

Review : Billy Elliot the Musical Live อีกเรื่องดีที่สุดในโลก (10/10)

Billy Elliot เคยถูกสร้างเป็นหนังมาแล้วและได้รับกระแสตอบรับในแง่ของคำวิจารณ์ค่อนข้างดีเยี่ยมและเป็นหนึ่งในหนังดีในยุค 2000 อีกเรื่องก็ว่าได้ จากความยอดเยี่ยมของบทหนัง ทำให้มันถูกผลิตเป็นละครเวที ในปี 2005 โดยการแต่งเพลงของเซอร์เอลตัน จอนห์ และการเขียนบทและเนื้อเพลงของ Lee Hall นักเขียนบทภาพยนตร์ชื่อดัง โดยในเวอร์ชั่นมิวสิคัลก็สร้างชื่อเสียงด้วยการกวาดรางวัลโทนี่อวอร์ดในปี 2009 ได้มากถึง 10 สาขา รวมถึง Best Musical ด้วย  ซึ่งปี 2014 ที่ผ่านมา Billy Elliot ได้ฉลองครบรอบ 9 ปีด้วยการบันทึกการแสดงสดในรูปแบบ Live และออกวางขายในบ้านเราปี 2015 ครบรอบ 10 ปีพอดีของการโลดแล่นบนเวที   Billy Elliot เป็นเรื่องราวของเด็กชายชื่อว่า บิลลี่ อิลเลียต เกิดในครอบครัวคนทำเหมืองซึ่งอยู่ระหว่างการประท้วงหยุดงานในรัฐบาลของมากาเร็ต แทตเชอร์ สตรีกระดูกเหล็กแห่งอังกฤษ ซึ่งบิลลี่ ได้รับเงินจากพ่อวันละ 50 เพนนีเพื่อไปเรียนต่อมวย แต่เขากลับได้พบกับ Mrs. Wilkinson ผู้ชักนำให้เขาได้รู้จักการเรียนเต้นบัลเล่ต์ โดยตัวของบิลลี่เองมีพรสวรรค์ถึงขนาดที่สามารถฝึกซ้อมเพื่อสอบเข้าโรงเรียน  Royal Ballet School … Continue reading Review : Billy Elliot the Musical Live อีกเรื่องดีที่สุดในโลก (10/10)

มนตร์รักเพลงสวรรค์ ความทรงจำทำหัวใจพองโต

The Sound of Music หนึ่งในภาพยนตร์เพลงอมตะ ของ Rodgers and Hammerstein ที่ปีนี้มีอายุครบ 50 ปีแล้ว ด้วยความที่ดูหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะความฟีลกู๊ดของมันผสมกับเพลงและเรื่องราวของนาซี ซึ่งเป็นความสนใจส่วนตัว ทำให้มันเป็นหนึ่งในมิวสิคัลที่ชอบมาก จนกระทั่งได้ยินข่าวว่ามิวสิคัลเรื่องนี้จะแสดงในภาคภาษาไทย ในชื่อ มนต์รักเพลงสวรรค์ (ชื่อเดียวกับหนัง) โดยป้าแจ๋ว ยุทธนา ซึ่งก็ถือว่าเป็นโปรดักชั่นใหม่ของบ้านเราที่ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน รวมถึงเปิดตัวCast ที่ยังไม่ค่อยดึงดูดและเชื่อมั่นในความสามารถเท่าไหร่?? รวมถึงยังคิดไม่ออกว่า จะแปลเพลงของ Sound of Music ซึ่งมีความยากทางภาษาและประโยคที่ซับซ้อน ให้ออกมาไพเราะได้ยังไง แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีมิวสิคัลแปลหลายเรื่องลงโรงละครในบ้านเรา แต่ก็แปลออกมาแล้วฟังยากมาก จึงไม่ค่อยวางใจที่จะกล้าไปดู จนกระทั่งสุดท้ายก็เสี่ยงไปดูจนได้ ทุกอย่างก็ผิดคาดไปหมด "ภูผามีชีวาด้วยมนตราแห่งดนตรี .. ด้วยเพลงชื่นชีวีที่มีมาเนิ่นนาน...เต็มตื่นชื่นกมล ได้ด้วยดนตรีนี่เอง อยากร้องเพลงอีกครา" เริ่มที่โปรดักชั่น แสง สี เสียง มาเต็มไม่แพ้โปรดักชั่นของซีเนริโอ้ (อันนี้ไม่ทราบว่าทีมงานชุดเดียวกันหรือเปล่า) เพราะมีการจัดฉากได้อย่างดี จัดไฟสวยมีมิติ การใช้โทนแสงที่นุ่มนวลเปลี่ยนตามกาลเวลา ฉากโบสถ์ที่ดูสมจริง ยิ่งใหญ่ อลังการ เสาหิน ต่างๆ … Continue reading มนตร์รักเพลงสวรรค์ ความทรงจำทำหัวใจพองโต

โตเกียวคนเดียว เที่ยวแบบโง่ๆ EP.2 ญี่ปุ่นออริจินัลมั้ยล่ะมึง!

ความเดิมตอนที่แล้ว : ออกจากนาริตะ วุ่นวายกับตม.และรถไฟเข้าเมือง เจออากาศหนาวพร้อมกับฝน เจอโรงแรมแล้วแต่ยังไม่ได้เช็คอิน ต้องออกไปตามหาตั๋วมิวเซี่ยม GHIBLI กับ มิวเซี่ยมโดราเอม่อน ที่ร้านLAWSON ก่อนไม่งั้นแพลนทริปทัั้งหมดไม่ได้  ฝนปรอยๆ ตกลงมาไม่ขาดสาย แม้จะไม่ได้กระหน่ำแต่มันผสมกับอากาศหนาวก็ยิ่งทำให้สั่นเข้าไปใหญ่ ตัดสินใจเดินออกจากโฮสเทลทั้งๆที่ไม่มีร่มแล้วก็ลืมถามเค้าด้วย ซึ่งก็เลือกเดินฝ่ามาจากคิดว่าจะไปตั้งต้นที่วัดอาซากุสะก่อนเพราะอยู่ใกล้โฮสเทลมากที่สุด เดินไปไม่ใกล้ไม่ไกลก็เจอวัดแล้ว นึกว่าทัวร์จีนลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่เปล่าเลยจ้า มีแต่สำเนียงเสียงไทยที่คุ้นหูทั้งนั้น เราเดินเลี่ยงออกมาเพราะคนเยอะและคิดว่ามีเวลาอีกหลายวันที่จะมาเข้าวัดเพราะอยู่ใกล้แค่นี้เอง เลยเลือกถ่ายบางมุมก็พอ ที่วัดมีขนมญี่ปุ่นขายเต็มไปหมด คนไทยก็ลองชิมกันเต็มไปหมด เราด้วยความที่ไม่ชอบเบียดเสียดกับใครขอบายดีกว่า มุ่งหน้าหาร้าน LAWSON ที่คนเค้าบอกกันว่าหาง่ายพอๆกับหาร้านเซเว่น ซึ่งเราเดินนานมากกว่าจะหาเจอใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง พึ่งกูเกิ้ลแมปก็พาไปเจอร้าน100 LAWSON ซึ่งเป็นคนละร้านกับร้าน LAWSON ที่มีตู้ขายตั๋วสองมิวเซี่ยมที่หมายปอง หลังจากวนอยู่นานในที่สุดก็เจอ มันตั้งอยู่ซอยตรงข้ามโฮสเทลเอง โง่อยู่นาน ทำไมตอนเดินทีแรกไม่มองไม่รู้    สุดท้ายเดินเข้าไปหาตู้ loppi machines ซึ่งเป็นตู้ขายตั๋วอัตโนมัติภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ โชคดีที่ปริ๊นท์วิธีจองภาษาไทยมาอย่างละเอียดยิบ แต่พอกดจองไปทั้งสองพิพิธภัณฑ์มันดันจองไม่ได้ เราเลยเรียกพนักงานหนุ่มญี่ปุ่นหน้าประมาณไผ่ฮอร์โมนมาช่วยกดจอง ซึ่งน้องมากดจองให้ทีละวัน เช็คทีละรอบ ยืนกดตั้งนานแต่สรุปว่าตั๋วทั้งสองมิวเซียมเต็มทุกวัน ทุกรอบ และคิวยาวไปจนถึงเดือนหน้า......โคร๊มมมมมแพลนที่วางไว้ทั้งหมดพังแบบเละเทะ โธ่อุตส่าห์เดินหาร้านจองตั๋วตั้งนาน สุดท้ายเลยไปนั่งพักหลบฝนและลมหนาวกินข้าวเทมปุระ พักให้ขาหายปวดพร้อมกับวางแผนใหม่ทั้งหมดแบบเร่งด่วน ! … Continue reading โตเกียวคนเดียว เที่ยวแบบโง่ๆ EP.2 ญี่ปุ่นออริจินัลมั้ยล่ะมึง!

โตเกียวคนเดียว เที่ยวแบบโง่ๆ EP.1 ฉุกละหุก

ญี่ปุ่น....ไม่เคยคิดว่าจะไปมาก่อนและยังไม่อยากไปตอนนี้เพราะคิดว่าตัวเองไม่พร้อมแล้วมันต้องใช้ตังค์เยอะ แต่ปรากฎว่าเดือนที่แล้วตรงกับวันเกิดแล้วทุกปีจะให้ของขวัญตัวเอง แล้วพอดีว่าแอร์เอเชีย Go ดันจัดโปรลดราคา ตั๋วไปกลับญี่ปุ่นพร้อมที่พัก 5 คืน 15,000 บ. ซึ่งก็คิดว่าราคามันโอเคพอไปได้ [ทริปนี้ 7 วัน 5 คืน รวมบิน ขาไปเที่ยงคืน ถึงญี่ปุ่นเช้า ขากลับ ออกจากญี่ปุ่นเช้า ถึงไทย บ่ายสอง ]   ตัดสินใจกดจองทั้งๆที่ในหัวยังไม่มีแพลน ว่าจะไปไหนในญี่ปุ่น ซึ่งการกดจองในครั้งนี้เหลือเวลาอีก 5 วันในการเตรียมตัว หาข้อมูล เตรียมข้าวของ จัดแจงแลกเงินและอื่นๆ แล้วมันก็ถูกสรุปแบบทันด่วนว่า ทริปนี้จะไปโตเกียว เดี่ยวๆ 5 วัน เพราะความต้องการหลักของการไปที่นั่นคือการไปพิพิธภัณฑ์จิบลิและพิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ซึ่งทั้งสองสถานที่ต้องจองตั๋วล่วงหน้าเป็นเดือนและต้องซื้อที่ญี่ปุ่น ส่วนวันที่เหลือพอจะมีลิสต์คร่าวๆ ว่าอยากไป เมืองฮาโกเน่ [มิวเซี่ยมหนังสือเจ้าชายน้อย ล่องเรือโจรสลัด นั่งกระเช้าดูฟูจิ],ดิสนีย์แลนด์,โตเกียวทาวเว่อร์,โอไดบะ ดูหุ่นกันดั้มกับสะพานสายรุ้ง,อากิฮาบาระ ย่านโอตาคุ,สวนอูเอโนะ เดินเล่น  โอเคแพลนคร่าวๆเป็นแบบนี้ แต่ทุกอย่างไม่สามารถลงวันได้เพราะต้องหาตั๋ว2มิวเซี่ยมแรกให้ได้ก่อน เพราะมันหายากมาก เวลาและเงินที่น้อยนิดทำให้ทริปนี้ต้องประหยัดที่สุดถึงขนาดไม่ซื้อไกด์บุ๊ค เพราะไม่รู้ว่าจะพึ่งไปทำไม … Continue reading โตเกียวคนเดียว เที่ยวแบบโง่ๆ EP.1 ฉุกละหุก

มโนหรือเรื่องจริง! ทฤษฎี Frozen โยงการ์ตูนดิสนีย์อีก4 เรื่อง

กลายเป็นเรื่องจริงหรือมโนก็ไม่รู้ เมื่อเว็บไซต์ HuffPost Live ได้หยิบยกบทความของ Disney Theory ซึ่งได้เขียนทฤษฎีเชื่อมโยงว่า ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Frozen โยงใยกับการ์ตูนอีก 4 เรื่องของดิสนีย์ ได้แก่ Tangle,Little Mermaid,tarzan,Beauty and the beast โดยจุดเริ่มต้นของทฤษฏีนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า ราชวงศ์แห่งแอเรนเดล มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ของราพันเซลซึ่งสังเกตได้จากตอนที่ราพันเซลและยูจีน เข้าร่วมงานราชินีภิเษกของเอลซ่า โดยทฤษฎีนี้อ้างว่า พระราชาและพระราชินีแห่งแอเรนเดล เดินทางไปร่วมงานแต่งงานของราพันเซลและยูจีน พร้อมกับเปรียบเทียบว่า ออริจินัล สตอรี่ของ ราพันเซลนั้น ใช้ปูมของเรื่องจากอาณาจักรที่เกิดขึ้นในเยอรมัน ส่วนแอเรนเดล อิงมาจากประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเรือของพ่อแม่เอลซ่า ล่องผ่านมหาสมุทรและจมลงบริเวณเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพื้นหลังของเรื่อง Little Mermaid โดยเรือของพ่อแม่เอลซ่า ปรากฎอยู่ใน Little Mermaid ตอนที่แอเรียล ว่ายน้ำเข้าไปในซากเรือกับปลาน้อยฟลาวเดอร์ แล้วเจอกับปลาฉลาม แต่เรื่องราวไม่ได้เชื่อมโยงแค่นั้น เพราะทฤษฎีนี้ยังโยงไปอีกว่า พระราชาและราชินีแห่งแอเรนเดลไม่ได้เสียชีวิตในเรือ และทั้งคู่ได้มีลูกชายคลอดที่บนเรือ ในเหตุการณ์เรือล่มคู่หนีออกมาได้และสร้างบ้านบนต้นไม้ ก่อนที่เสือร้ายจะบุกเข้ามาคร่าชีวิตแต่เด็กชายรอดชีวิตและกอริลล่าเก็บไปเลี้ยง จนเข้าไปสู่เรื่องของทาร์ซานในที่สุด แถมทิ้งท้ายของทฤษฎีนี้ยังอ้างอีกว่า เจน คู่รักของทาร์ซาน … Continue reading มโนหรือเรื่องจริง! ทฤษฎี Frozen โยงการ์ตูนดิสนีย์อีก4 เรื่อง

โอไดบะ…กันดั้มของจริง บนเกาะที่สร้างจากขยะ

โอไดบะ เป็นเกาะหนึ่งของโตเกียว ถูกใช้เป็นเมืองท่า ในสมัยก่อนมันเคยเป็นป้อมปราการสำหรับป้องกันศัตรูที่มาจากทางเรือ จนกระทั่งปัจจุบันโอไดบะได้ถูกเอาขยะมาถมที่ทะเลจนกลายเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมและความทันสมัย ว่ากันว่านี่คือเมืองใหม่ของโตเกียว ที่โอไดบะเหมาะแก่การมาเดินเล่นได้ทั้งวัน จากฝั่งโตเกียวสามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานีชินบาชิ จ่ายค่าตั๋ว PASS 800 เยน จะสามารถทำให้เราเดินทางในโอไดบะด้วยรถไฟไร้คนขับแบบบุฟเฟ่ต์เลยทีเดียว รถไฟไร้คนขับจากชินบาชิ วิ่งข้ามสะพานสายรุ้งมาถึงเกาะโอไดบะ สถานีแรกสามารถลงเดินแล้วเชื่อมต่อไปยังสถานีอื่นได้ ที่นี่คนนิยมมาเดินเล่น ถ่ายรูปกับกันดั้มที่ห้าง Diver City ถ่ายรูปกับเทพีเสรีภาพของฝรั่งเศสที่จัดทำให้ญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสอะไรจำไม่ได้ ฉากหลังเป็นสะพานเรนโบว์ ที่สำคัญที่นี่มีมิวเซี่ยมโตโยต้า จัดแสดงรถรุ่นเก่าไปจนถึงรุ่นใหม่มาก ที่สำคัญมากๆ คือมันเข้าชมฟรี ......         .    

HAKONE…ตามหาเจ้าชายน้อย ฝรั่งเศสในญี่ปุ่น

ฮาโกเน่...เมืองเล็กๆไม่ไกลจากโตเกียว ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีเพราะมันเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เราจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ แม้จะมีโอกาสน้อยมากก็ตาม แต่เป้าหมายในการเดินทางมาฮาโกเน่ของเราในครั้งนี้ไม่ใช่แค่มาดูฟูจิ หรือมาชิมไข่ดำที่หุบเขากำมะถัน แต่เป็นการมาตามหาพิพิธภัณฑ์ Musee Du Petit Prince De Saint-Exupery A Hakone ชื่อยาวหน่อย อาจจะเรียกสั้นๆว่า พิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อย ที่นี่รวบรวมลายเส้น ต้นฉบับและประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับหนังสือดังเรื่องนี้ไว้ นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบรองลงมาจากที่ฝรั่งเศสที่เป็นต้นกำเนิด ในฐานะสาวกเจ้าชายน้อยจึงไม่พลาดที่จะตามหาเจ้าชายผมสีทองในผ้าคลุมที่อยู่ ณ ฮาโกเน่  เริ่มออกเดินทาง.....เรานั่งรถไฟของบริษัทโอดาคิว ที่สถานีชินจูกุ โดยซื้อบัตรฮาโกเน่พาส เป็นเงิน 5200 เยน ซึ่งบัตรนี้จะทำให้เราสามารถนั่งพาหนะทุกอย่างในฮาโกเน่ได้แบบบุฟเฟต์เลย ตั้งแต่รถราง รถไฟ กระเช้าลอยฟ้า ล่องเรือ รถเมล์ จนถึงรถไฟขากลับ จากชินจูกุ นั่งรถไฟมาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งมาลงที่สถานีโอดาวารา ตลอดทางจะผ่านภูเขา ลำธาร ทุ่งหญ้า ให้เราได้ถ่ายรูปบ้าง จากนั้นต่อรถไฟฮาโกเน่ ยามามุโตะ เพื่อเปลี่ยนไปนั่งรถราง เพื่อขึ้นไปตามเส้นทางหาฟูจิ รถรางจะพาไต่ระดับภูเขาสูงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งต้องมาเปลี่ยนรถรางแบบเคเบิ้ล พาเราเทียบท่ากระเช้าลอยฟ้า ที่จะพาไปชมฟูจิ ระหว่างทางจะผ่านหุบเขาที่ทำเหมืองกำมะถัน ซึ่งเป็นจุดชิมไข่สีดำ มีนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด ด้วยความที่พาหนะทุกอย่างเป็นไปด้วยความล่าช้า เราจึงทำเวลาด้วยการไม่แวะไปเสียเวลาที่ไหนมากนัก เนื่องจากพิพิธภัณฑ์เจ้าชายน้อยจะปิดเวลา 17.00น. … Continue reading HAKONE…ตามหาเจ้าชายน้อย ฝรั่งเศสในญี่ปุ่น

เดอะมาสเต๋อ The Master…ม้วนเทปแห่งความทรงจำ[ชื่อโรแมนซ์ดีนะ]

The Master...ผลงานล่าสุดของ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ซึ่งกลับมาในรอบนี้ เต๋อ นวพล ขอนำเสนองานในรูปแบบสารคดี (Documentary) บอกเล่าเรื่องราวของ"ร้านพี่แว่น" ร้านขายวิดีโอเล็กๆแห่งหนึ่งจตุจักรที่ขายหนังนอกกระแส (ทำแบบผิดกฎหมาย) แต่กลับกายเป็นคุณูปการใหญ่หลวงให้กับวงการคนดูหนังอินดี้และวงการศึกษาวิชาภาพยนตร์ไทยที่ต้องพึ่งสิ่งของที่มาจากใต้ดิน....? [อันนี้เป็นเรื่องตลกร้ายและน่าสลดใจไปในคราวเดียวกันนะ นี่วงการวิชาการนะ] The Master ฉายเรื่องราวของร้านพี่แว่นจากการสอบปากคำของกูรูวงการหนังและอดีตลูกค้าที่เคยใช้บริการ เช่น คงเดช จาตุรันต์รัศมี ,เป็นเอก รัตนเรือง,ป๋าเต็ด ยุทธนา ,อ.ประวิตร แต่งอักษร ,เมอฤดี ,พี่จ๋อง คลื่นFAT,ผจก.โรงหนังเฮาส์ ฯลฯ ต่างออกมาตอบคำถามของเต๋อ นวพล ถึงคำถามว่า -ทำไมต้องดูหนังอินดี้ ? -รู้จักร้านพี่แว่นได้ยังไง ? -พี่แว่นเป็นใคร? -ซื้อวิดีโอร้านพี่แว่น คิดว่าผิดกฎหมายมั้ย -ระดับความสัมพันธ์ของลูกค้ากับพี่แว่น ? และอีกหลากหลายคำถาม หลายคำตอบซึ่งหากใครเคยดู Documentary เรื่องประชาธิปไทย ของเป็นเอก เรื่องนี้ที่สัมภาษณ์ตัดสลับไป มาระหว่างบุคคลและอาศัยการลำดับเหตุการณ์ตามวันเดือนปี ก็อารมณ์คล้ายๆกัน แต่เป็นประเด็นที่เบาสบายกว่านั้นมาก The Master เป็นเหรียญอีกด้าน เป็นเสี้ยวของบรรทัดเล็กๆ … Continue reading เดอะมาสเต๋อ The Master…ม้วนเทปแห่งความทรงจำ[ชื่อโรแมนซ์ดีนะ]

จากข้างหลังภาพ สู่ Waterfall เตรียมเปิดม่านUSปีหน้า ลุ้น ลงบอรดเวย์2016

broadwayworld.com เผยความคืบหน้าของโปรเจ็กต์ละครเวทีมิวสิคัลไทย BEHIND THE PAINTING หรือข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล ซึ่งได้ทำการ Lab Presentations ให้กับนักลงทุนในบรอดเวย์ชมไปเมื่อกลางปี ล่าสุดโปรเจ็กต์นี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Waterfall a new Musical เตรียมลงโรงละคร The Pasadena Playhouseอำนวยการสร้าง โดยซีเนริโอ้ จากประเทศไทยและ Jack M. Dalgleish สำหรับการแสดง1เดือน รอบแสดงตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2015 เรื่อยไปจนถึง 28 มิถุนายน 2015  หลังจากนั้นจะทำการย้ายไปแสดงที่โรงละคร 5th Avenue Theatre ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะลงบรอดเวย์ในปี 2016 ทั้งนี้ Waterfall a new Musical ดัดแปลงจากละครเวทีมิวสิคัล ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล (BEHIND THE PAINTING) ซึ่งสร้างจากบทประพันธ์ของศรีบูรพาและไทยมิวสิคัล  โดยการเขียนบทละครและเนื้อร้องในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษโดย Richard … Continue reading จากข้างหลังภาพ สู่ Waterfall เตรียมเปิดม่านUSปีหน้า ลุ้น ลงบอรดเวย์2016

YANGON STORY EP.02 – ถนนในย่างกุ้ง ระทึกและโคตรมันส์[เข้าเมืองแล้ว]

พ้นจากประตูแอร์พอร์ตไม่ถึงสิบวินาที ชายพม่านุ่งโสร่งยืนถือป้ายอยู่เต็มประตู เชื้อชวนให้ใชบริการเช่ารถ บริการไกด์ ซิตี้ทัวร์ แท็กซี่ทั่วไป ทำท่าจะเข้ามาสอบถามตลอดเวลา นี่กระชับเป้สะพายแล้วเดินฝ่าวงล้อมพร้อมกับยกมือแล้วพูด NO NO NO ตลอดเวลา จนกระทั่งหลุดจากจุดนั้นมาได้ก็มายืนรอแท็กซี่ที่บริเวณหนึ่ง แต่รอไปรอมาก็ไม่เห็นจะมีแท็กซี่เปิดไฟว่างสักที นึกขึ้นมาได้ว่าไม่ใช่ประเทศไทยนี่หว่า แต่ก็ยืนมองอยู่นานก็ไม่เห็นมีแท็กซี่คันไหนผ่านมาเลยเพราะว่าช่วงที่ถึงพม่าเกือบ4ทุ่มแล้ว แท็กซี่ก็ไปรออยู่แต่ตรงหน้าประตูทางเข้า สุดท้ายก็เดินย้อนกลับไปง้อพม่ามุงตรงหน้าแอร์พอร์ตอีกครั้ง คราวนี้ทำใจเย็น เข้าไปถามชายขับแท็กซี่สวมเชิ๊ตนุ่งโสร่งดูแต่งตัวดี พร้อมยื่นแผนที่ย่านดาวน์ทาวน์ย่างกุ้งให้แล้วถามราคา ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า 20US โอ้ววววก๊อตต ราคาไม่เบาเลยนะพ่อคุณ เทียบเงินไทยก็600กว่าบาทแล้ว เราหยิบแผนที่คืนแล้วบอกว่า โอเคแต๊งกิ้ว ก่อนจะเดินตามหาเจ้าอื่นอีก 2 -3 คน แถวก็บอกราคาที่ถูกกว่าคือ 10US แต่เพื่อความมั่นใจเราก็เดินเช็คราคาอยู่นานจนสุดท้ายก็คิดว่าราคา 10US น่าจะเป็นราคามาตรฐานสำหรับระยะทางจากสนามบินนานาชาติย่างกุ้งไปย่านดาวน์ทาวน์ [แท็กซี่ย่างกุ้งไม่มีมิเตอร์ คำนวนเอาเองตามเหมาะสม] สุดท้ายตกลงไปกับโชว์เฟอร์ร่างท้วมท่าทางใจดีคนหนึ่ง พาไปที่รถแท็กซี่ที่มีแอร์แต่ไม่เปิด ระหว่างทางลุงแท็กซี่ก็ถามว่ามาจากไหน เราก็ตอบกลับไปว่าไทยแลนด์ เขาก็พูดสวัสดีครับใส่เลย แต่แกก็พูดเป็นคำเดียวนะ จากนั้นแกก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาพร้อมเปิดสถานที่ท่องเที่ยวในย่างกุ้งให้ดูหลายที่ เช่นวัดพระตาหวาน เทพทันใจ มหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุอินทร์แขวน ล้วนเป็นแลนด์มาร์คของพม่าทั้งนั้น ตบท้ายแกก็ขายของแนบนามบัตรมาให้บอกว่าใช้บริการซิตี้ทัวร์กับแกก็ได้นะ ความสามารถพิเศษของตาลุงคนนี้คือขับรถไปเล่นมือถือไป ชวนคุยไป อีกมือที่ควงพวงมาลัยก็บีบแตรใส่รถคันข้างหน้า … Continue reading YANGON STORY EP.02 – ถนนในย่างกุ้ง ระทึกและโคตรมันส์[เข้าเมืองแล้ว]

YANGON STORY EP.1 เห้ยต้องจอง! ทริปเริ่มต้นจากการจองที่ไร้สติ

"ท่านผู้โดยสารคะ ขณะนี้เครื่องบินกำลังลดระดับสู่ท่าอากาศยานย่างกุ้ง"...นี่ตื่นเต้นขึ้นมา ทันทีเพราะย้อนไปเมื่อตอนจองตั๋วเครื่องบินมาย่างกุ้ง นับว่าเป็นการกระทำที่ไร้สติที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะเห็นว่ามันถูกและช่วงวันหยุดพอจะไปเที่ยวได้ก็กดจองทันทีโดยไม่ได้ค้น ข้อมูล รีวิวใดๆ กะว่าจะไปแบคแพคคนเดียว เดินเล่นชิลล์ๆ พอมาลองหา ข้อมูลอ่านอีกทีก็พบว่าย่างกุ้งไม่มีอะไรน่าเที่ยวมากไปกว่าวัด วัด วัด ทำบุญ ไหว้พระ ซึ่งไม่ตรงกับจริตของนี่เลย เพราะส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ค่อยไหว้พระ ไหว้เจ้า ไม่ใช่ไม่ศรัทธานะ แต่รู้สึกว่าคนเราสามารถที่จะทำบุญได้ด้วยวิธีอื่นมากกว่า...ระหว่างวันเดิน ทางจะมาถึงการวางแผนเลยเริ่มต้นขึ้นโดยมีคอนเซปต์ว่า เราจะไม่ไปแบบทัวร์ ไม่จ้างไกด์ ไม่ชะโงกทัวร์ และต้องรู้จักย่างกุ้งได้มากที่สุด การวางแพลนและข้อมูลจากหลายๆที่สรุปมาในแบบที่เขาว่ากันว่า ย่างกุ้งเป็นอดีตเมืองหลวงของพม่า (ถ้าใครยังไม่รู้นะ) ในช่วงยุคอาณานิคมของอังกฤษเป็นเมืองท่าสำคัญ ที่นี่ไม่มีเน็ต3G อินเตอเน็ตเต่าคลานซึ่งจากไทยสามารถเปิดโรมมิ่งข้ามประเทศได้แต่ก็แพงอยู่ ระบบคมนาคมและการเดินทางเป็นเมืองที่ห้ามขับรถมอเตอร์ไซค์และจักรยาน สำหรับนักท่องเที่ยวต้องเช่ารถพร้อมคนขับ หรือไม่ก็ไกด์ หากมาเที่ยวคนเดียวต้องนั่งแท็กซี่ที่ไม่เปิดแอร์ ย่างกุ้งมีรถเมล์ด้วยแต่ป้ายรถเมล์เป็นตัวเลขพม่าและส่วนใหญ่เป็นคนโลคัลที่ ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ หากจะลองขึ้นก็คงต้องยุ่งหน่อย แต่ถ้าจะเอาสะดวกไปไหนมาไหนก็คงต้องพึ่งแท็กซี่ ที่พักในย่างกุ้งบาง ที่ก็เก่า บางที่ก็สกปรก บางที่ดีๆก็แพงเกินไป แล้วแต่หลายคนเจอมาหลากหลายรูปแบบ ท้องถนนวุ่นวาย รถบีบแตรเสียงดังเหมือนถนนในอินเดียและเวียดนาม ไฟฟ้าติดๆดับๆต้องทำใจ คนพม่าชอบมอง บ้วนน้ำลาย ถุยน้ำหมาก แดดร้อนยิ่งกว่าเมืองไทย ที่สำคัญคือมีคำเตือนโปรดระวังมิจฉาชีพ ! ....โอ้วพระเจ้าจะอะไรขนาดนั้น พออ่านรีวิวจบ … Continue reading YANGON STORY EP.1 เห้ยต้องจอง! ทริปเริ่มต้นจากการจองที่ไร้สติ

YANGON STORY EP.0 – ย่างกุ้ง รวมทุกอย่างไม่ถึงหมื่น !

ตั้งใจจะเขียนประสบการณ์แบคแพคคนเดียวเที่ยวย่างกุ้ง 4 วัน 3 คืน เป็นแบบเรื่องเล่ามากกว่ารีวิวทั่วไปที่อ่านได้ในเว็บบอร์ดอื่น ที่สำคัญคือทริปนี้ไม่ได้ไปเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นการซอกแซกความเป็นอยู่ของชาวย่างกุ้งด้วยเลยพบเห็นอะไรหลายอย่างมากกว่าการไปกับทัวร์ ทริปนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์บ้างตามคำแนะนำของไกด์บุ๊คและสถานที่ธรรมดาๆบ้าง เริ่มที่ EP.0 เตรียมตัว ไม่เตรียมใจ เป็นตอนสรุปค่าใช้จ่ายและการเตรียมตัวก่อนไปย่างกุ้ง สำหรับคนที่ขี้เกียจรออ่านเรื่องเล่านะ... เริ่มที่ค่าใช้จ่าย   ใครว่าย่างกุ้งหรือไปเที่ยวพม่าจะไม่แพงอันนี้คงแล้วแต่ละโปรแกรม ดูจากหลายบริษัททัวร์เริ่มที่ 13,000บาท สำหรับเราไปเองคนเดียวรอบนี้ แบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ช่วง ทำให้ไม่ต้องเก็บเงินก้อนก็ไปได้และทยอยจ่ายบางส่วนไปก่อน วิธีนี้เป็นแผนที่ดีอย่างหนึ่ง สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเที่ยวแต่ไม่มีเงินมากพอ ใช้ได้กับทุกทริป แต่ใช้เวลาหน่อย จ่ายรอบที่ 1 ตั๋วเครื่องบิน : เราจองตั๋วโปรนกแอร์เมื่อต้นปี เลือกช่วงบินเดือนตุลา ตั๋วบินไปกลับรวมภาษีสนามบินทุกอย่างแล้วอยู่ที่ 1,800 บาท จ่ายรอบที่ 2 ที่พัก : หลังจากจองตั๋วแล้ว หลังจากนั้นไม่เกิน2-3 เดือน ก็เลือกจองห้องพักได้เลย สำหรับเราไปคนเดียวไม่อยากเสียเงินค่าที่พักเยอะเพราะเวลาส่วนใหญ่เราจะต้องออกไปเดินเที่ยวข้างนอก เลยเลือกจองโฮสเทลแบบหอนอนรวม ใครไปย่างกุ้งแนะนำไปพักที่ 30th Corner Boutique Hostel อยู่ย่านดาวน์ทาวน์ย่างกุ้ง ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เดินทางสะดวก … Continue reading YANGON STORY EP.0 – ย่างกุ้ง รวมทุกอย่างไม่ถึงหมื่น !

A Night at Musical : คอนเสิร์ตฟินแบบตายตาหลับของคอละครเวที

A Night at Musical เป็นคอนเสิร์ตบรรเลงโดยวงBangkok Symphony Orchestra หลังจากที่พลาดไม่ได้ชมปีที่แล้ว ประกอบกับปีนี้จัดขึ้นอีกครั้งพร้อมนักร้องรับเชิญในดวงใจอย่าง John Owen Jones ผู้เคยรับบทแสดงเป็นฌอล วัลฌอง ใน Les Miserbles และเล่นเป็น Phantom ใน The Phantom of the Opera มากกว่า 1,500 รอบ ที่สำคัญคือ John Owen Jones ยังเป็น Cast ของ Tour New Production ที่ปรับใหม่ล่าสุดด้วย นอกจากนี้นักร้องฝ่ายหญิงคือ Leila Benn Harris เคยรับบทเอโปนีนมาก่อน ซึ่งทั้งสองคนเรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของมิวสิคัล ฝั่ง West End  เลย อำนวยเพลงโดยเจ้าเก่าที่เคยมาปีที่แล้ว Michael England วาทยกรผู้โด่งดังจากการคอนดัคให้กับการอัดแผ่นของงาน 25th Anniversary … Continue reading A Night at Musical : คอนเสิร์ตฟินแบบตายตาหลับของคอละครเวที

25ปีผ่านไป 3เสียงในตำนาน Part of Your World ไทยเวอร์ชั่น

Part of Your World  เพลงเอกในภาพยนตร์การ์ตูน  The Little Mermaid ที่ออกฉายครั้งแรกในปี1989  ผลงานของอลาน เมนเคนและโฮวาร์ด อัสแมน นับมาถึงปีนี้ก็เป็นเวลา 25 ปีแล้วที่การ์ตูนอมตะคลาสสิคของดิสนีย์เรื่องนี้โลดแล่นในจินตนาการของเด็กทั่วโลก Part of Your World  กลายเป็นหนึ่งในบทเพลงแห่งตำนานของดิสนีย์และโด่งดังมากที่สุด แต่น่าเสียดายที่เพลงนี้ไม่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงออสการ์เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในขณะที่เพลง Under the sea ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงและได้รางวัลในปีนั้นไป สำหรับเพลงPart of Your World ในไทย ถูกร้องผ่าน 3 เวอร์ชั่น เวอร์ชั่นแรกสุดปี 1989 โดยเสียงร้องและพากษ์โดย ป้านิด ศันสนีย์ วัฒนานุกูล ผู้พากษ์เสียงโนบิตะ โดยเนื้อร้องในเวอร์ชั่นแรกสุดได้รับการแปลใกล้เคียงกับเนื้อร้องภาษาอังกฤษมากที่สุด ต่อมาในปี1999  Little Mermaid กลับมาอีกครั้งรอบนี้ให้เสียงร้องโดยคุณจันทร์จิรา นิ่มพิทักษ์พงศ์ ส่วนเวอร์ชั่นสุดท้ายขับร้องโดยทาทายัง ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นประกอบการแสดง Disney on ice และใช้เนื้อร้องเดียวกันกับเวอร์ชั่นปี 1999 และถูกเด็กๆร้องตามมาจนถึงปัจจุบัน เนื้อเพลงภาษาอังกฤษ … Continue reading 25ปีผ่านไป 3เสียงในตำนาน Part of Your World ไทยเวอร์ชั่น

โหมโรง เดอะมิวสิคัล ประกาศออดิชั่นนักแสดง โปรดักชั่น By โต๊ะกลม

โต๊ะกลมในเครือเวิร์คพอยท์ประกาศออดิชั่น นักแสดงร่วมโปรเจ็กต์ โหมโรง เดอะมิวสิคัล ซึ่งก่อนหน้านี้เคยแว่วมาว่า โหมโรง เดอะมิวสิคัลจะเป็นโปรเจ็กต์ของ index creative ผู้ผลิตรักเธอเสมอ เดอะมิวสิคัล,แม่เบี้่ย อีโรติกมิวสิคัล  และมีแพลนลงโรงละครหอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมในปีนี้ แต่ข่าวก็เงียบไป จนกระทั่งโต๊ะกลมออกมาประกาศรับสมัครในโปรเจ็กต์ล่าสุด งานนี้คงต้องมาลุ้นกันว่าใครจะมารับบท ศร หรือ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ ตัวเอกของเรื่อง และมือระนาดจอมฉมังอย่างขุนอิน สำหรับผลงานด้านละครเวทีที่ผ่านมาของโต๊ะกลม คือ ชายกลางโศกนาฏกรรมในจังหวะแทงโก้ ที่เปิดแสดงที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์และ เดอะ เลเจนด์ ออฟ เร่ขายฝัน เฉลียง เดอะ มิวสิคัล ทั้งนี้ โหมโรง เดอะมิวสิคัล สร้างจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันซึ่งเป็นเค้าโครงประวัติของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) บรมครูดนตรีไทย  ซึ่งในการประกาศผลรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 14 ประจำปี พ.ศ. 2547 สามารถคว้ารางวัล  ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม  บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รวมถึงเป็นตัวแทนหนังไทยไปเข้าชิงออสก้าร์ในปีเดียวกันนั้นด้วย

ตุ๊กแกรักแป้งมาก…เชียร์ให้ดูหนังดีก่อนออกจากโรง

ตุ๊กแกรักแป้งมาก ผลงานล่าสุดของต้อม ยุทธเลิศ หลังจากหายไปจากโรงภาพยนตร์นานหลายปี เปิดเรื่องด้วยกลิ่นสีของป้ายคัตเอาท์ในโรงหนังเพชรเชียงคาน แห่งเมืองเชียงคาน จังหวัดเลย อำเภอเลียบชายโขงที่ตอนนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในช่วงฤดูหนาวไปแล้ว แม้ตอนนี้เชียงคานจะเริ่มเปลี่ยนไปจากเก่าแต่ต้อม ก็ทำให้เราเห็นภาพทรงจำว่าที่ผ่านมาในอดีตมันเคยเป็นยังไงแล้วตอนนี้ถนนศรีเชียงคานเปลี่ยนไปมากแค่ไหน หลายคนที่ดูหนังอาจจะเคยไปเยี่ยมเยือนมันมาแล้วและหลายคนที่ยังไม่เคยไปอาจจะต้องไปสัมผัสอดีตที่ยังถูกแช่แข็งและพัฒนาไปไม่มากเหมือนเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ตุ๊กแกรักแป้งมาก เป็นหนังNostalgiaหรือความโหยหาอดีตอันหวานชื่น หลายฉาก หลายตอน หลายพร็อบประกอบเรื่องทำให้คนดูหลายคนหวนระลึกถึงความหลัง สร้างอารมณ์ร่วมและการสัมผัสถึงระหว่างหนังกับคนดูได้เป็นอย่างดี จุดนี้จึงกลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้หนังเรื่องตุ๊กแกรักแป้งมากได้รับการชื่นชมในแง่ของอารมณ์ สายใยที่เชื่อมบางๆระหว่างอดีตของคนดูกับหนัง ทำให้บางคนดูไปยิ้มไป ระลึกไปถึงสิ่งต่างๆที่เคยผ่านมาของช่วงชีวิตในวัยเด็ก คลอไปกับเสียงเพลงของพี่แจ้ ไอดอลของคนสมัยนั้นเล่นเอารุ่นพ่อรุ่นแม่ฟินกันไปใหญ่ เก้า เล่นเบาๆไม่เยอะแต่ก็เข้าถึงความเป็นตุ๊กแกได้อย่างมากทีเดียว สิ่งที่ชอบอีกจุดหนึ่งของตุ๊กแกรักแป้งมากคือการลำดับเรื่องได้อย่างมีชั้นเชิง ตัดสลับไปมาได้โคตรน่ารัก คนทำหนังต้องผ่านอะไรบ้าง ? ยุคนั้นทำหนังกันยังไง แฟชั่นเป็นยังไง เพลงเป็นยังไง เรียกได้ว่าผู้กำกับเก็บมาเต็มเกือบทุกเม็ด แม้แต่มุขตลกก็ฮากระจายตามภาษายุทธเลิศ น้ำตาซึมบ้าง แต่ไม่ถึงกับฟูมฟาย แอบมีฉากจิกกัดวงการหนังไทยอยู่ตลอดเรื่อง "หนังไทยมันต้องทรงโตๆ" หรือ "มีเงินอย่างเดียวทำหนังไม่ได้นะ ต้องโง่ด้วย" ผ่านตัวละครเฮียปลาที่เชื่อว่าคนทำหนังหลายคนดูต้องมีสะอึกแน่ๆเพราะมันเป็นมุกตลกร้ายของคนทำหนัง สิ่งที่ชอบตอนหนึ่งคือตอนที่บอกว่า "บทหนังเรื่องนี้ดีมาก ถ้าเข้าฉายเมื่อไหร่ ผมจะต่อแถวซื้อบัตรเป็นคนแรก แต่จะให้ทำเองผมไม่ทำหรอก ?" สะท้อนให้เห็นว่า หนังดีคนไทยไม่ดูหรือนายทุนไม่กล้าเสี่ยง แต่มันก็เป็นเรื่องจริงที่คนไทยไม่ดูหนังดี และหนังไทยที่ผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดเกือบทุกวันนี้ก็เป็นหนังตลาดชนิดที่จับหาสาระอะไรไม่ได้ ขายเซ็กส์ ขายตลก ขายผี … Continue reading ตุ๊กแกรักแป้งมาก…เชียร์ให้ดูหนังดีก่อนออกจากโรง

ฮอร์โมน EP.หมอก…กระจกบางๆและการจากลา

ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น เดอะซีรีย์ ซีซั่น 2 ต้องบอกว่าหลายตอนที่รู้สึกเฉยๆและใช้ประเด็นทางเพศที่ล่อแหลมรุนแรงจนเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ แต่ไม่ใช่กับ EP.หมอก ที่สะท้อนภาพความเป็นจริงในสถาบันครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก และความเป็นจริงที่เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงมันได้ เพียงแต่มันเป็นวาระที่เราไม่รู้ว่ามันจะมาถึงเราเมื่อไหร่ ? ความสัมพันธ์ของหมอกกับพ่อดูจะตึงๆตั้งแต่ซีซั่นแรกจนมาถึงซีซั่นที่ 2 หลายคนอาจจะคิดว่าสาเหตุของความตึงเครียดจนก่อให้เกิดกระจกบางๆกั้นระหว่างความรู้สึกของพ่อกับลูกคู่นี้เกิดจากอะไร บางคนมองไปที่สาเหตุเรื่องที่หมอกไม่พอใจพ่อในเรื่องเรียน ที่พ่อไม่อยากให้หมอกเรียนนิเทศ หรือการจู้จี้ของพ่อ แต่จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม EP.หมอก ถือว่าสร้างมุมให้ได้ขบคิด กระจกกั้นบางๆ ระหว่างพ่อและลูกชาย ในความเป็นจริงกำแพงทางใจหรือกระจกกั้นบางๆ ระหว่างลูกผู้ชายกับพ่อมีให้เห็นในหลายครอบครัว และในความเป็นจริงอีกนั่นแหละที่ลูกผู้ชายจะสนิทกับแม่มากกว่า ส่วนลูกสาวจะสนิทกับพ่อ ซึ่งในซีรีย์ฮอร์โมนก็ชี้ให้เราเห็นในส่วนนี้อยู่บ้าง หากจะเทียบกับครอบครัวของภูหรือต้าร์ ที่มีครอบครัวครบองค์ประกอบ พ่อ แม่ ลูกชายที่ค่อนจะเข้าไปทางแม่เสียมากกว่า การพูดคุยกับตัวละครจะสนิทสนมกับแม่ คอยรับรู้ปัญหา ให้คำปรึกษาและคอยดูแล ซึ่งในครอบครัวของหมอก แม่คือสิ่งที่ขาดหายไป ในขณะที่พ่อไม่สามารถทำหน้าที่แทนคนเป็นแม่ได้ทั้งหมด ระยะห่างระหว่างตัวละครจึงเกิดขึ้น ตัวละครหมอกจึงเป็นเหมือนภาพตัวแทนของเด็กวัยรุ่นผู้ชายในครอบครัวที่มีพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว แม้จะไม่มีเรื่องผิดข้องหมองใจกันในครอบครัวแต่กระจกบางๆนี้เองกลับกั้นลูกผู้ชายไม่ให้แสดงความรู้สึกรักและห่วงใยอย่างเต็มที่กับผู้เป็นพ่อซึ่งบางครั้งก็แอบสงสัยตัวเองในฐานะที่เป็นลูกชายแทบจะพูดนับคำกับพ่อได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอีกครอบครัวที่มีกำแพงกั้นระหว่างลูกชายกับพ่อนั่นก็คือครอบครัวของไผ่ ถึงจะไม่แสดงออกมากมายแต่ลึกๆเชื่อว่าลูกทุกคนมีความห่วงใยพ่อกันทั้งนั้น เมื่อพ่อและลูกชายมีเวลาอยู่ด้วยกันแค่ 2 คน บรรยากาศจะชวนให้อีกคนหนึ่งทำลายความเงียบที่เป็นตัวกั้นนั้น ด้วยคำถามบางอย่าง ? ที่ชวนย้อนให้ถึงอดีตและความทรงจำ บางเรื่องที่พ่อมีความรู้ดี หรือ พ่ออาจจะถามบางเรื่องในสิ่งที่ลูกมีความสนใจ … Continue reading ฮอร์โมน EP.หมอก…กระจกบางๆและการจากลา

นั่งรถไฟแบบติสแตก ตามรอยทางรถไฟสายมรณะ [One Day] งบ200บ.ขาดตัว

ก่อนหน้าจะเดินทางทริปนี้ได้มีโอกาสดูสารคดีพื้นที่ชีวิตตอนทางรถไฟสายมรณะและสารคดีไม้หมอนสุดท้ายบนรางรถไฟสายมรณะของ Thai PBS เลยเข้าใจว่าทางรถไฟสายมรณะไม่ใช่แค่ช่วงสะพานข้ามแม่น้ำแควอย่างที่เราเข้าใจกันในตอนเด็ก Info คร่าวๆ : ทางรถไฟสายมรณะเป็นทางรถไฟเชื่อมไทย สู่ มืองทันบูซายัด  ประเทศพม่า  ระยะทางของไทยเริ่มสร้างจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ สุดที่ด่านเจดีย์สามองค์ ความยาวรวม 415 กิโลเมตร อยู่ในเขตประเทศไทยประมาณ 303.95 กิโลเมตร และอยู่ในเขตพม่า 111.05 กิโลเมตร ปัจจุบันเส้นทางที่ใช้ได้ในฝั่งไทยเดินทางถึงแค่สถานีน้ำตก กาญจนบุรีเท่านั้น ทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งตามจริงแล้วต้องใช้เวลานานถึง 6 ปี  แต่กองทัพญี่ปุ่นใช้เวลา 14 เดือนในการก่อสร้าง ใช้เชลยศึก ประมาณ 61,700  คน รวมแรงงานไทยและต่างชาติอีกจำนวนมาก ด้วยความเร่งรีบและสภาพภูมิประเทศที่โหดร้าย ทำให้นับหมื่นชีวิตล้มตายลง มีคำเปรียบที่ว่า หนึ่งชีวิตเท่ากับหนึ่งไม้หมอนบนทางรถไฟ ด้วยความที่อยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไร การเดินทางเพื่อตามรอยทางรถไฟสายมรณะเลยเริ่มต้นขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะอารมณ์อยากล้วนๆ และแพลนล่วงหน้าแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเดินทาง เริ่มต้นตีตั๋ว ออกเดินทางจากสถานีรถไฟบางซื่อ รถไฟจะมาถึงเวลาประมาณ 6.50 น. เป็นรถไฟเที่ยวพิเศษสำหรับนำเที่ยวน้ำตก … Continue reading นั่งรถไฟแบบติสแตก ตามรอยทางรถไฟสายมรณะ [One Day] งบ200บ.ขาดตัว

บทวิจารณ์ : แผลเก่า ๒๕๕๗ รอยแผลเป็นทางสังคมไทย ?

แผลเก่า หวนกลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ.๒๕๕๗ โดยฝีมือกำกับของหม่อมน้อย ที่พักหลักหยิบงานวรรณกรรมเก่าๆมาปัดฝุ่นแปลงโฉมให้เป็นหนังใหญ่ ไล่ตั้งแต่ ชั่วฟ้าดินสลายจนถึงแผลเก่า กลายเป็นสไตล์ของหม่อมน้อยในช่วงหลังๆ มานี้เลย แผลเก่าในเวอร์ชั่นนี้ไม่ได้มีความแตกต่างในเรื่องเนื้อหาจากบทประพันธ์ของไม้เมืองเดิม ที่คงแก่นเรื่องความรักอมตะของขวัญกับเรียมแห่งท้องทุ่งบางกะปิไว้ บอกเล่าอุปสรรคความรักจนไปถึงจุดจบโศกนาฏกรรมที่หลายคนเรียกว่า โรมิโอกับจูเลียต เวอร์ชั่นไทยก็ไม่น่าจะผิด แต่สิ่งที่โดดเด่นในงานแผลเก่าของหม่อมน้อยคือการใส่รายละเอียดของบริบททางสังคม วิถีชีวิตชาวนา ซึ่งต้องยอมรับว่าทำออกมาละเอียดตั้งแต่ทำนา เกี่ยวข้าว ฝัดข้าว สีข้าว จนออกมาเป็นเม็ดข้าว ทุกอย่างดูใส่ใจไปหมด เพลงเกี่ยวข้าวแบบเดิมๆ ก็ย้อนเอามาให้คนรุ่นหลังได้ดูกัน โลเคชั่นก็ทำออกมาได้อย่างสวยงามสมกับคำว่าทุ่งทองแห่งบางกะปิ ยิ่งทำฉากผสมสี ผสมแสง ทำให้งานภาพออกมาสวยด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นสไตล์หนังของหม่อมน้อยที่โดดเด่นมาแล้วในหลายเรื่องก่อนหน้านี้ ทำให้คนดูหลายคนเกิดโหยหาอดีต (Nostalgia ) แผลเก่า คลอด้วยดนตรีประกอบตลอดเรื่องแทรกเสียงร้องเพลงเก่าจากเวอร์ชั่นเดิมออริจินัล๒๔๘๓ ไว้เป็นระยะๆ โดยดนตรีทำออกมาดีมาก แต่เสียอย่างตรงที่ปล่อยเยอะเกินไปจนล้นเอ่อเหมือนน้ำในคลองแสนแสบ ส่วนนักแสดงประกอบก็ดูเหมือนว่าจะเข้ามามีบทบาทและกวนบทหลักยิ่งทำให้ละครยืดออกไปแทนที่จะกระชับ การเลือกเอานักแสดงลูกครึ่งมารับบทนำไม่ใช่ปัญหาเลยเพราะทำออกมาได้ดีทั้งคู่ส่วนตัวละครอื่นๆก็ดีงามตามความเหมาะสมเพราะเป็นงานรวมศิษย์เก่าของหม่อมน้อย นักแสดงร่วมฉาก ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ต่างมีชื่อเสียงในวงการกันทั้งนั้น โดยรวมก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าชื่นชมของหม่อมน้อย แผลเก่าในด้านบริบทของสังคม วัฒนธรรม การเมือง : แผลเก่าเวอร์ชั่นนี้วางเรื่องให้อยู่ในปี๒๔๗๙-๒๔๘๒ เป็นการกำหนดฉากหลังที่ชัดเจนของบริบทการเมืองและสังคมในสมัยนั้น ถ้าย้อนดูตามประวัติศาสตร์การเมืองปี ๒๔๗๙ เป็นปีที่ต้นฉบับของไม้เมืองเดิม ออกตีพิมพ์พอดีและเป็น หนึ่งปีหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสละราชสมบัติและเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง … Continue reading บทวิจารณ์ : แผลเก่า ๒๕๕๗ รอยแผลเป็นทางสังคมไทย ?