Review : Annie (1982) พรุ่งนี้…แสงแดดจะยังคงส่องมา

Annie หนังมิวสิคัลที่ประสบความสำเร็จและพัฒนาโปรดักชั่นไปสู่รูปแบบละครเวทีโลดแล่นบนบรอดเวย์และทั่วโลก โดยตัวหนังและมิวสิคัลดัดแปลงจาก Little Orphan Annie แต่ถ้าย้อนกลับไปเวอร์ชั่นที่โด่งดังและน่าจดจำที่สุดคงหนีไม่พ้น ภาพยนตร์เมื่อปี 1982 ที่กลายเป็นต้นแบบให้กับหนังและมิวสิคัลของแอนนี่อีกหลายเวอร์ชั่นต่อมา โดยเฉพาะเพลงเอกของเรื่องอย่าง May Be และ Tomorrow ผ่านการแสดงอันน่ารัก ของ Aileen Marie Quinn เด็กหญิงผมแดงในชุดสีแดง กลายเป็นคาแร็คเตอร์ชวนจดจำของแอนนี่ไปด้วย

d6efffb2fd5ade50e8029ffba622df3e

Annie เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงกำพร้านามว่า แอนนี่ ที่อาศัยอยู่ในสถานรับเลี้ยงของมิสฮานนิแกน ซึ่งไม่ได้มีสภาพน่าเป็นอยู่สักเท่าไหร่ แอนนี่จึงได้หนีออกมาแต่ก็ถูกจับได้ แต่โชคก็เข้าข้างเพราะระหว่างที่เธอโดนลงโทษอยู่นั้นมีสาวเลขาของมหาเศรษฐีคนหนึ่งมาขอเด็กไปดูแล 1 สัปดาห์เพื่อช่วยปรับภาพลักษณ์ให้กับมหาเศรษฐีคนนั้น จากหนึ่งสัปดาห์กลายเป็นความผูกพัน แอนนี่ได้สอนให้ทุกคนในบ้านรวมทั้งมหาเศรษฐีเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ความสุข’ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยคิดว่าการมีเงินจำนวนมากจะนำพามาซึ่งความสุข จนสุดท้ายมหาเศรษฐีตัดสินใจอยากจะอุปถัมภ์แอนนี่ แต่แอนนี่กลับปฏิเสธและต้องการตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง ซึ่งมหาเศรษฐีก็ได้ช่วยประกาศตามหาพร้อมกับจะมอบเงินรางวัลให้ จนทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมาสมัครเป็นพ่อแม่แอนนี่กันเต็มไปหมด

32-years-an-orphan-a-look-back-at-annie-1982-annie-1982-jpeg-179730

ความโดดเด่นของแอนนี่อยู่ตรงที่การเป็นมิวสิคัลคอมเมดี้ที่พยายามสอดแทรกกำลังใจการใช้ชีวิตเล็กๆไว้ด้วย การเปิดเรื่องด้วยเพลงชวนเศร้าอย่าง May Be ซึ่งเป็นเพลงที่แอนนี่เฝ้าถวิลหาความรู้สึกของการมีครอบครัว ก่อนที่จะเศร้าไปมากกว่านั้นหนังก็ตัดอารมณ์ด้วยความสนุกสนานของเพลง “It’s the Hard Knock Life” ซึ่งเป็นเพลงที่เด็กๆในบ้านเด็กกำพร้าร้องไปทำความสะอาดไป แต่ระหว่างนั้นก็โชว์ความซุกซนแบบเด็กๆด้วยเต้น ตีลังกา ทำให้ฉากนี้ดูเพลินมาก

อีกเพลงเด่นของหนังคือ “Tomorrow” ที่บอกให้เรามีกำลังใจสู้ต่อไปในวันพรุ่งนี้ ไม่เพียงแต่บทเพลงที่เพราะมากของเรื่องนี้ แต่หนังยังคงสไตล์ความเป็นมูฟวี่มิวสิคัลในยุค 80 ที่เน้นการโชว์ลีลาท่าเต้นของนักแสดงเพื่อเล่าเรื่องด้วย ซึ่งโคโรกราฟก็ปูทางไว้ได้ดีมาก แม้ตัวหนังจะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของกระแสวิจารณ์แต่ส่วนตัวในฐานะคนดูมิวสิคัลเรากลับชื่นชอบและดูมันอย่างเพลิดเพลิน เหมือนครั้งที่เคยดู Mary Poppins (1964) และ singing in the rain

ในส่วนของนักแสดงแม้ Aileen Marie Quinn จะได้เข้าชิง Golden Raspberry Award สาขา Worst New Star แต่ก็อดจะหลงรักในความสดใสของเธอไม่ได้ ด้วยความที่เป็นอเมริกันมิวสิคัล ทำให้แอนนี่ไม่หลงลืมในเรื่องประเด็นการเสียดสีสังคมระหว่างชีวิตที่ฟู่ฟ่ามีกินมีใช้และคนอดอยากข้างถนน การเสียดสีประเด็นการเมืองรีพับลิกันเดโมแครต และประเด็นความคลั่งไคล้ในทุนนิยมด้วย แอนนี่จึงไม่ใช่หนังเด็กเพื่อเด็กเพียงอย่างเดียว แต่อีกอย่างหนึ่งก็ยังสะท้อนให้เห็นยุคสมัยของนิวยอร์ค เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยว่าด้วยนโยบายทางการเมือง

Annie ถูกนำมาสร้างเป็นหนังเวอร์ชั่นล่าสุดในปี 2014 เวอร์ชั่นผิวสี นำแสดงโดย  Quvenzhané Wallisและ Jamie Foxx  ผสมกลิ่นอายความเป็นป๊อปฮิพฮอพเข้าไปด้วย เพิ่มความทันสมัยเข้าไปแต่สุดท้ายหนังก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ และดูเหมือนจะมีเพียง Annie (musical) เวอร์ชั่นละครเวที ที่ยังคงประสบความสำเร็จ

‘The sun will come out tomorrow
So you gotta hang on
’til tomorrow, come what may!
Tomorrow, tomorrow, I love ya, tomorrow
You’re only a day away!’

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s