Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 4 ภูเขาหิมะมังกรหยก 玉龙雪山 ]

การเดินทางเริ่มต้นตอน 7 โมงเช้า หนุ่มเจ้าของทัวร์ที่เราติดต่อไว้ We Chat มาบอกว่าคนจะมารับที่หน้าโฮสเทล เป็นรถยนต์นั่งได้ 7 คน ตอนแรกคิดว่ารถอาจจะพาไปส่งที่จุดต่อรถบัสแล้วไปเป็นกรุ๊ปใหญ่ แต่ที่ไหนได้ ทั้งกรุ๊ปนี้มีแค่7คนก็ถือว่าสบายๆดี และแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นคนจีน คนขับรถพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่โชคดีที่ในรถมีคุณลุงชาวจีนที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีและช่วยเราตลอดทัวร์เลย ^^ คนนำทัวร์แวะรับเสื้อกันหนาวและออกซิเจนกระป๋อง ก่อนจะพาเรามุ่งหน้าเข้าสู่ ภูเขาหิมะมังกรหยก เราโชคดีได้นั่งข้างหน้าคนขับ มองวิวสวยๆข้างทางพร้อมหยิบกล้องมาถ่ายรูป

จุดแรกที่รถแวะจอดให้ถ่ายรูป คือจุดชมวิวด้านล่าง จะมองเห็นเป็นทุ่งหญ้ากว้างพร้อมภูเขาหิมะเป็นฉากหลัง แวะได้ประมาณ 10 นาที เราก็รีบขึ้นรถและมุ่งหน้าไปอีกจุดทันที ก่อนที่ทัวร์จีนกรุ๊ปใหญ่ที่ตามหลังมาจะมาลง…จากจุดนี้รถจะขับพาเราไปที่ ศูนย์ท่องเที่ยวจะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไปยัง 2 จุดด้วยกันคือ blue moon valley และจุดต่อรถบัสขึ้นไปภูเขาหิมะมังกรหยก

จุดแรกที่เราจะไปคือ blue moon valley เป็นหุบเขาที่มีสายธารน้ำแข็งละลายลงมาจากยอดเขา น้ำเป็นสีฟ้าใสมาก ตรงนี้มีจุดให้ถ่ายรูป 3 จุดเด่นๆด้วยกัน ถ้าไม่มากับทัวร์สามารถเดินเล่นชิลล์ๆได้เลย แต่เราต้องทำเวลาเลยแวะแต่ละจุดได้ไม่นานมาก จุดแรกจะเป็นน้ำตกสวรรค์ หินเรียงเป็นชั้นสวยงามข้างหลังเป็นภูเขา จุดนี้เจ้าหน้าที่จะต้อนจามรีให้มายืนริมน้ำให้เราถ่ายรูป ถ้าใครจะขี่หลังจามรีก็เสียเงินเพิ่มต่างหาก

จุดต่อไปจะเป็น ทะเลสาบสีฟ้าน้ำเงินขนาดใหญ่ ข้างหลังเป็นภูเขาหิมะ มีทางเลียบทะเลสาบให้ลงไปถ่ายรูปได้ และจุดสุดท้ายเป็นน้ำตกที่รับน้ำมาจากทะเลสาบอีกที จากจุดนี้เราจะไปแวะทานอาหารกลางวันก่อนขึ้นไปบนภูเขา

เซตอาหารกลางวันจะเป็นหม้อไฟตุ๋นซี่โครงวัว หมู ไก่ดำ เครื่องใน เส้นบุก ผัก เพิ่มความเค็มด้วยเกลือ กินกับข้าวสวยจีนร้อนๆ แปลกแต่อร่อยเหมือนกัน คุณลุงที่พูดภาษาอังกฤษก็จะบอกว่าให้เรากินเยอะๆ แต่เยอะของเราคือน้อยของเขา เป็นการร่วมโต๊ะอาหารกับคนจีนครั้งแรกตั้งแต่มาที่นี่เลย

หลังจากเติมพลังแล้ว ความวุ่นวายเริ่มบังเกิด เมื่อไกด์อธิบายเป็นภาษาจีนให้คุณลุงแปลอิงค์ให้เราฟังว่า ทั้งกรุ๊ปนี้ไม่มีใครที่จะลงมาดูโชว์จางอี้โหมวเลย มีเราคนเดียวที่ซื้อทัวร์โชว์ไว้ ซึ่งโชว์จะเริ่มตอน 13.30น. ให้เราลงมาจากภูเขาหิมะมังกรหยกก่อนเวลา 13.20 น. ไกด์จะมายืนรอเราพร้อมกับตั๋วเข้าดูโชว์ที่จุดต่อรถ แต่ต้องระวังว่าตอนลงจากภูเขาหิมะจะมีรถสองสาย รถที่จะกลับจุดต่อรถ กับ รถที่จะไป blue moon valley ถ้าขึ้นรถผิดสายคือไปไม่ทันโชว์…ฟังคำอธิบายแล้วเหมือนไม่ยาก ออกจากจุดต่อรถไปถึงจุดขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปบนยอดเขา จุดนี้คนรอเยอะมากใช้เวลารอราว 15 นาที และเราต้องเผื่อเวลาลงอีก 15 นาที ทำให้เรามีเวลาอยู่บนยอดเขาหิมะแปปเดียว ประมาณ 15 นาที

ตรงกับความตั้งใจแรกเพราะไม่อยากขึ้นไปสูงด้วยสภาพอากาศที่หนาวเลยรีบขึ้นไปถ่ายรูปแล้วรีบลงมา ก่อนที่จะขึ้นรถบัสกลับไปดูโชว์ก็ถามย้ำกับคนขับด้วยการเอารูปตั๋วโชว์ให้ดู เมื่อแน่ใจแล้วก็ลงจากเขา เจอไกด์รออยู่พอดีพาเราเดินไปส่งเข้าดูโชว์และจะกลับมารับเราหลังโชว์จบ

Lijiang Impression เป็นโชว์วัฒนธรรมที่ออกแบบงานสร้างโดยจางอี้โหมว เป็นเวทีสเตเดี้ยมกลางแจ้งสีแดงเข้มลดหลั่นเป็นขั้นๆ มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะมังกรหยก คนเป็นร้อยๆ ม้าเป็นสิบๆ การแสดงบางช่วงจะมีซับไตเติ้ลเป็นภาษาอังกฤษ

เล่าเรื่องการอพยพของชนเผ่าหน่าซี วัฒนธรรมการดื่มกินของผู้ชายในเผ่า ความรักข้ามหุบเขาและโศกนาฏกรรม รวมถึงหลากหลายชนเผ่ามาโชว์รวมใจ แม้จะมีภาษาที่ไม่เข้าใจแต่การแสดงออกเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณที่ชนเผ่าหน่าซีต้องการจะส่งต่อ เป็นสิ่งดีๆที่จางอี้โหมว สร้างงานและอาชีพที่ยั่งยืนให้กับพื้นถิ่นของลี่เจียง

หลังจากจบโชว์เป็นอันจบทริป ไกด์และทุกคนลงมาจากเขาเรียบร้อย พร้อมออกเดินทางกลับสู่ลี่เจียง ไกด์พาเรากลับไปส่งถึงที่พักเรียบร้อย จบวันนี้ด้วยการลงไปเดินเล่นในเมืองเก่า เดินได้ไม่มีเบื่อเลย ตกค่ำก็กลับมาเก็บกระเป๋าเพราะพรุ่งนี้เรามีออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย เมืองจงเตี้ยน หรือ ดินแดนแชงกรี-ล่า สวรรค์บนดิน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s