ชะตากรรมของ ‘คิม’ เพราะชีวิตนี้ช่างหนักหนาเหลือเกิน [Miss Saigon]

Miss Saigon ของ Alain Boublil, Claude-Michel Schönberg ผลงานอำนวยการสร้างโดย Cameron Mackintosh หนึ่งในมิวสิคัลที่ประสบความสำเร็จอีกหนึ่งเรื่องและเพิ่งลาโรงละครที่เวสเอ็นต์ มุ่งหน้าสู่บรอดเวย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การกลับมาในรอบ 25 ปีของ Miss Saigon ทำให้เราอดคิดถึงตัวละครเอกของเรื่อง ‘คิม’ สาวน้อยผู้ผ่านมรสุมชีวิตในช่วงสงครามเวียดนาม ที่ผ่านอะไรมามากมายล้วนแต่ไม่มีคำว่าความสุขในการหล่อเลี้ยงชีวิตเลย จนทำให้เราแอบเห็นใจเธอและยกให้เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีชีวิตน่าเศร้ามากที่สุดคนหนึ่งในบรรดาตัวละครของวงการมิวสิคัล

ne_101439

ชีวิตของคิม ถูกเล่าผ่าน Miss saigon ตั้งแต่องก์แรก เธอแนะนำตัวว่า เป็นสาววัย17ปีที่เพิ่งมาทำงานในบาร์นามว่า ดรีมแลนด์ ในคืนแรกของการทำงานนั่นเอง ทำให้หล่อนมาประสบพบเจอกับคริส ทหารจีไออเมริกัน (ตอนนั้นเป็นช่วงที่อเมริกาใกล้แพ้สงครามเวียดนามและไซง่อนกำลังจะแตกแล้ว ชาวเวียดนามที่ต้องการอพยพออกจากไซง่อน ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อแลกวีซ่า การจ่ายใต้โต๊ะและทำทุกวิถีทางเพื่อไปยังดินแดนแห่งเสรีที่เชื่อว่าจะนำสิ่งที่ดีกว่ามาให้)

ในค่ำคืนระหว่างคิม กับ คริส หล่อนได้บอกปูมหลังอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างความหดหู่ คือการเห็นบ้านพ่อแม่ถูกไฟไหม้และพ่อแม่ก็จมกองเพลิงไปต่อหน้าต่อตา จนทำให้ชีวิตระหกระเหินมาทำงานเปลืองตัวในบาร์ดรีมแลนด์ ด้วยความเห็นใจ คริส จึงสัญญาว่าจะรักและพาเธออยู่อเมริกาด้วย งานพิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นเล็กๆ เพื่อขอกราบขอขมาบรรพบุรุษในสิ่งที่เธอเคยทำให้มัวหมอง แต่ไม่ทันจะได้มีความสุข ‘ถวี’ อดีตคู่หมั้นของคิม ก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับทวงคำสัญญาระหว่างพ่อของเธอกับพ่อของถวี เกี่ยวกับการครองคู่กัน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความรักของเธอถูกคลุมถุงชนมาก่อนหน้านี้แล้ว แม้ถวีจะยอมจากไปแต่โดยดี แต่ชีวิตของคิมก็ไม่ได้ราบรื่นเพราะเหตุการณ์ไซง่อนแตกซะก่อน ด้วยปัญหาทางการสื่อสารและการอพยพอย่างเร่งรีบ ฮ.ลำสุดท้ายมายังสถานทูตสหรัฐและรับเฉพาะคนที่มีวีซ่า นายทหารกลับไป โดยที่คิมถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง….

miss-saigon-4-1400673015-view-0

เป็นเวลา 3 ปี หลังไซง่อนแตก คิม มีลูกชายชื่อ แทม เธอต้องเลี้ยงดูเขาอย่างปกปิดเพราะการมีลูกกับคนอเมริกันเหมือนตราบาป และถูกสังคมมองว่าไม่ต่างอะไรจากการโดนย่ำยีแม้ลูกของคิมจะเกิดขึ้นด้วยความรักก็ตาม ความหวังในใจเล็กๆคือการรอคอยว่าสักวันคริสจะต้องกลับมา เป็นเหมือนเปลวเทียนส่องสว่างในใจ และลูกชายก็คอยเป็นสิ่งที่เธอต้องดูแลให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด ในช่วงนั้นเอง ‘ถวี’ กลายเป็นนายทหารใหญ่และออกตามหาคิมจนพบ เพื่อเอาคิมกลับไปเป็นเมีย แต่เมื่อเขารู้ว่า คิม มีลูกจึงพยายามฆ่าเพราะหากมีใครรู้ว่า ว่าที่เมียของเขามีลูกกับทหารจีไอ จะกลายเป็นเรื่องที่น่าอับอาย

“Somewhere deep in my soul
Shines the smallest of lights
And no wind blows it out
It burns steady and strong
Through the darkest of nights”

Kim-Matthew-Murphy_1

คิมตัดสินใจใช้ปืนที่คริสเคยให้ไว้ ยิง ‘ถวี’ เพื่อปกป้องลูก เหตุนี้ทำให้หล่อนต้องระหกระเหินอพยพจากเวียดนามเพื่อมากรุงเทพฯ โดยได้อ้างกับเอ็นจิเนียร์ เจ้าของบาร์ดรีมแลนด์ว่า จะให้เขาเป็นลุงของแทม และมีโอกาสไปอเมริกาด้วยกัน

การมาถึงกรุงเทพฯ ของคิม ทำให้หล่อนต้องทำงานเป็นสาวบาร์เปลืองตัวในย่านพัฒน์พงษ์ อาศัยอยู่หลังร้านที่มีเพียงเตียงนอนและต้องปิดบังไม่ให้ใครรู้ว่ามีลูก จากการกระตือรือร้นของเอ็นจิเนียร์ให้ฝ่ายคริสตามหาคิมเจอ แต่คนที่มาเจอคิมคนแรกนั่นคือ จอห์น เพื่อนของคริส ซึ่งการพบกันครั้งนั้น จอห์นพยายามจะบอกสิ่งที่เปลี่ยนไปว่า คริส แต่งงานใหม่แล้ว แต่คิมก็ขัดจังหวะด้วยการพูดว่า เธอรู้เรื่องทุกอย่างอยู่แก่ใจ จนทำให้จอห์นตัดสินใจจะพาคริส มาหาเธอเพื่ออธิบายทุกอย่าง ระหว่างนั้น เอ็นจิเนียร์กลัวว่า จอห์นจะหลอกให้เธอรอเก้อ จึงได้หาที่อยู่ของคริสมา พร้อมกับบอกให้คิมไปตามหาคริสที่โรงแรมเอง ทำให้ทั้งสองคลาดกัน คิมไปที่โรงแรมพบกับเอเล็น เมียคริสและรู้ความจริง เธอพยายามฝากฝังให้แทม ไปอเมริกากับคริสและเมียใหม่ พร้อมกับให้ดูแลลูกของเธอให้ดี แต่ดูเหมือนว่าเอเล็น ไม่ยอมและบอกว่าเธอก็ต้องมีลูกของเธอเองเหมือนกัน ไม่ทันจะได้บทสรุปคิมก็ออกจากห้องไป ระหว่างนั้นก็คลาดกันกับคริสที่กลับเข้ามาที่โรงแรม

 

tumblr_ndxycdLAHU1sus4cco1_500

เอเล็นกับคริส เคลียร์กันจบว่าสรุปจะเอาลูกของคิมมาเลี้ยงและส่งเสียคิมให้อยู่ที่กรุงเทพฯไป พร้อมกับเดินทางไปที่บาร์เพื่อบอกคิม แต่ไม่ทันการณ์เพราะสำหรับคิม หล่อนยังไม่รู้เรื่องนี้จึงตัดสินใจจบชีวิตลงด้วยปืนที่คริสเคยมอบให้เพื่อเป็นการยัดลูกชายให้ได้ไปอยู่กับคริส ก่อนหน้านั้นเธอได้หอมแก้มลูก ร่ำลา พร้อมกับให้แทมใส่เสื้อมิกกี้เมาส์ (สะท้อนให้เห็นทุนนิยมอเมริกาที่รุกคืบเข้ามา) …สุดท้ายคริสตามมาถึงที่บาร์ได้ยินเสียงปืนและเข้าไปประคองคิมไว้ในอ้อมกอด ประโยคสุดท้ายที่หล่อนพูดคือ “How in one night have we come…so far” คืนนั้นพาเราสองมาไกลเพียงใด….

จากคืนเริ่มต้นในบาร์นั้นจนมาถึงวันสุดท้ายของเธอ ชีวิตช่างเหมือนเรื่องตลก โชคชะตาเหมือนกลั่นแกล้ง ให้ชีวิตของคิม หดหู่ น่าเห็นใจ เรื่องราวของมิสไซง่อน เป็นโศกนาฏกรรมมิวสิคัลที่เรามองว่า เธอเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เข้มแข็ง อดทน รอคอยและมีความเป็นแม่ที่น่ายกย่องมากเลยทีเดียว

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s