Review x Yunnan : จากคุนหมิงถึงแชงกรี-ล่า [DAY 2 ลี่เจียง丽江市 ]

เราออกเดินทางจากเมืองเก่าต้าหลี่ สู่ สถานีรถไฟต้าหลี่ เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองที่ 3 ของการเดินทางในครั้งนี้ นั่นคือ “ลี่เจียง” เมืองเก่าที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก โดยการเดินทางไปสู่ลี่เจียงจากต้าหลี่สามารถเดินทางได้ด้วยรถบัส และ รถไฟ ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากเมืองเก่า เรานั่งรถเมล์ลม ราคา 2 หยวน ด้านหน้าจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษตัวเล็กๆว่า ไปสถานีรถไฟ สามารถขึ้นได้จากฝั่งตรงข้ามเมืองเก่าต้าหลี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที

ด้วยความที่เป็นการเดินทางด้วยรถไฟระยะสั้น เราเลยลองเลือกที่นั่งแบบ Hard Seat ซึ่งเป็นชั้นประหยัดที่สุดของรถไฟ จองผ่านเอเจนซี่เจ้าเดิมในราคา 270 บ. แต่เมื่อได้ตั๋วกลับพบว่าที่นั่งที่เราได้นั้นเป็น Hard Seat จริงๆ หนึ่งแถวนั่งสี่คน ทั้งที่ด้านบนมีเตียงนอนแต่ไม่สามารถขึ้นไปนอนได้ ความแออัดใน 1 ห้อง ที่ต้องนั่ง8คน เราจึงเลือกที่จะวางสัมภาระทิ้งไว้แล้วไปนั่งเบาะริมหน้าต่าง ชมวิวไปตลอดทาง 2 ชั่วโมงสู่ลี่เจียง

ใช้เวลาไม่นานมากรถไฟก็มาเทียบชานชาลาของสถานีรถไฟลี่เจียง จากสถานีนี้เราต้องหารถต่อไปยังเมืองเก่าอีกระยะเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งทางเมืองลี่เจียงได้ติดป้ายประกาศเตือนไว้ว่าค่าโดยสารควรไม่เกินกว่า 80 หยวน!! ทันทีที่ก้าวออกจากตัวสถานีจะมีแท็กซี่หลายเจ้าเดินเข้ามาเสนอตัวให้ไปส่ง เราตัดสินใจเปิดชื่อที่พักและถนนภาษาจีนที่อโกด้าระบุไว้ แจ้งให้กับคนขับแท็กซี่ดูพร้อมตกลงราคากันที่ 20 หยวน ในตอนแรก เราก็เอะใจว่าทำไมราคาถูกจัง แต่ปรากฎว่า 20 หยวนนี้เป็นแท็กซี่ที่ต้องแชร์กับผู้โดยสารคนอื่น ซึ่งเราต้องนั่งรอให้คนมาเพิ่มอีก 4 คน คนขับถึงจะพาไปส่งได้

จากสถานีรถไฟ เดินทางสู่ที่พัก ผ่านถนนแคบๆ และรถค่อนข้างติดเมื่อใกล้ถึงตัวเมืองเก่า รถแท็กซี่จอดบนถนนพร้อมกับชี้ไปยัง ซอยเล็กๆ แล้วบอกเราประมาณว่าถึงแล้ว ทั้งที่ดูจากใน Google Map มันดูไกลกันมากเลย เราก็ลงจากรถแบบ งงๆ แล้วเดินแบกกระเป๋าตาม Map ไปอีกประมาณ 1.3 กิโลเมตร ก็เจอที่พัก ที่จองไว้ชื่อว่า October inn เป็นโฮสเทลตั้งอยู่บนเนินเขา ติดกับไนท์มาร์เก็ตของลี่เจียง และห่างจากเมืองเก่าลี่เจียงประมาณ 800 เมตร แต่เป็นทางขึ้นเขาเลยรู้สึกว่าเดินเหนื่อย

ที่นี่เจ้าของพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี คนไทยมาพักกันเยอะจนกลายเป็นที่พักแนะนำในอโกด้า ห้องพักและห้องน้ำสะอาด มีเตียงนอนไฟฟ้าเพิ่มความอุ่น เจ้าของเป็นกันเองเหมือนกับเป็นลุงที่บ้าน ข้อเสียของที่นี่คือพอตกกลางคืน ทางเดินกลับที่พักค่อนข้างมืดและเปลี่ยวไปหน่อย

เก็บกระเป๋าเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินออกสำรวจเมืองเก่าลี่เจียงกันสักที

 

  • มีทติ้งพอยท์ของลี่เจียง คือ 2 กังหันน้ำ ที่ตั้งอยู่หน้าประตูเมืองเก่าลี่เจียง ใกล้กันจะมีกำแพงสีส้มสลักเป็นภาพนูนพร้อมคำประกาศของยูเนสโก้ที่ยกให้เมืองนี้เป็นมรดกโลกด้วย ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เมืองเก่า เราต้องจ่ายค่าบำรุงเมือง 80 บ. ซึ่งจะได้ตั๋วสำหรับเข้าสวนสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยว และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในเมืองเก่าลี่เจียง โดยตั๋วนี้มีอายุ 15 วัน หลังจากช่วงหัวค่ำเป็นต้นไปจะไม่มีการตรวจตั๋ว แม้จะมีหลายทางเข้าเมืองเก่าลี่เจียง แต่มีจนท.คุมเข้มในทุกจุด ข้อดีของการเก็บค่าบำรุงเมือง คือเราได้เห็นความสะอาดของเมืองนี้ ขยะแทบจะไม่มี เพราะมีจนท.คอยเก็บตลอด มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย มีห้องน้ำที่สะอาด

ภายในเมืองเก่าลี่เจียงก็คล้ายกับเมืองเก่าต้าหลี่ คือร้านรวงกลายเป็นถนนคนเดิน แต่ขอบอกว่า สเกลของลี่เจียงใหญ่และซับซ้อนกว่ามากเดินยังไงก็ไม่ทั่ว เดินยังไงก็ไม่เบื่อ แต่ละตรอกมีเอกลักษณ์ให้น่าค้นหา มีเสียงเพลงและกลิ่นหอมของของกินอยู่ทุกซอกซอย มีงานอาร์ตร่วมสมัย บ้านเรือนทั้งเก่า และใหม่ ตกแต่งแบบน่ารักให้เราได้ถ่ายรูป

 

 

  • ที่ลี่เจียงมีชนเผ่าพื้นเมืองเรียกว่าชาว ‘หน่าซี’ อพยพมาตั้งถิ่นฐานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง ข้ามภูเขาหิมะมาตั้งรกราก สร้างวัฒนธรรมที่นี่ ซึ่งที่ลานคนเมืองจะมีชนเผ่าหน่าซีมาแสดงระบำให้เราได้ดูด้วย

 

  •  

  • ใกล้ๆกันนั้นยังมีมิวเซี่ยมเล็กๆที่แสดงให้เห็นอาวุธ ข้าวของเครื่องใช้และภาพการอพยพด้วย นอกจากนี้ที่มิวเซี่ยมแห่งนี้ยังมีการแสดงของชนเผ่าให้ได้ชมแบบฟรีๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ ซึ่งวันที่เราไป มีแค่เราคนเดียว จนท.ของมิวเซี่ยมก็ถามเป็นภาษาอังกฤษว่า คุณรอได้มั้ย? เรามีโชว์ให้คุณดู เราเลยถามกลับไปว่า แค่คนดูคนเดียวก็จะโชว์หรอ? เค้าเลยตอบกลับมาว่า เพราะคุณมาไกลยังไงเราก็จะโชว์ให้ดู

หลังจากสำรวจเมืองเก่าทั้งทางสถาปัตยกรรมและทางวัฒนธรรมพื้นเมืองแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับลี่เจียงคือ สตรีทฟู๊ดที่จัดเต็มทั้งสีสัน รสชาติ และความแปลกใหม่ ขนมขึ้นชื่อของที่นี่ก็คล้ายๆกับต้าหลี่คือขนมอบใส่ไส้กลีบกุหลาบ อบร้อนๆ ราคาชิ้นละ 2 หยวน เอาเข้าปากทีกลิ่นกุหลาบหอมฟุ้งเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็มีพวกหมาหล่าลวกจิ้มกับน้ำพริก เลือกเป็นไม้ๆใส่กระบอก ไม้ละ 3 หยวน รสชาติอร่อย ทาร์ตไข่ดาว ปีกนกผัดพริกหวาน หอยผัดพริกหวาน ปีกไก่ยัดข้าว เกี๊ยวซ่าไส้ผัก ข้าวผัดกุนเชียง และอีกหลายอย่างที่มีให้เลือกกินเยอะมาก

ก่อนจะจบวันที่ 2 ขอแวะถ่ายรูปกลางคืนของลี่เจียง..พรุ่งนี้เรามีแพลนจะเดินทางไปสระมังกรดำ
และ ว่านกูหลง เพื่อถ่ายวิวทะเลเก๋งจีนจากมุมสูง สองจุดชมวิวที่ใครมาลี่เจียงต้องไม่พลาดไปเยือน

วิวระหว่างทางเดินกลับที่พักมองเห็นเมืองเก่าในมุมสูง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s