Review : Miss Saigon (Live Performance) สะเทือนอารมณ์อย่างหนักหน่วง

Miss Saigon โปรดักชั่นใหม่ของคาเมรอน แมคอินทอช นำมาขึ้นจอหนังผ่านมุมมองแบบ Cinematic ในวาระฉลองครบรอบ25ปี แม้ก่อนหน้านี้จะเคยดู Miss Saigon เวอร์ชั่นไทยมาแล้วและคิดว่าอยู่ในระดับกลางๆ แต่พอมาดูโปรดักชั่นนี้ เป็นเหมือนการพลิกจากหน้ามือเลยทีเดียว เพราะสิ่งที่ถ่ายทอดออกมามันให้ความสมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ ซึ่งเราจะขอเล่ารายละเอียดแบบเจาะรายฉาก พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นความต่างของ London Production กับ Bangkok Production

 

miss-saigon-eva-noblezada

Cast

KIM : Eva Noblezada

The Engineer : Jon Jon Briones

Chris : Alistair Brammer

John : Hugh Maynard

Ellen : Tamsin Carroll

Thuy : Kwang-Ho Hong

Gigi : Rachelle Ann Go

maxresdefault

Act I

  • “Overture” / “Backstage Dreamland” เปิดด้วยภาพของสงครามเวียดนามและเอ็นจิเนียร์ แนะนำให้สาวๆใน ดรีมแลนด์ รู้จักกับ คิม เด็กสาววัย17ปี ที่ต้องเข้ามาทำงานในบาร์แห่งนี้ พร้อมสายตาเหยียดหยันจากสาวบาร์ด้วยกัน
  • “The Heat is On in Saigon” – พาเราเข้าสู่ความสนุกสนานในดรีมแลนด์ ซึ่งออกแบบมาอย่างติดเรทและหวือหวามาก ในฉากคละคลุ้งไปด้วยความอีโรติก ควันบุหรี่และสุรา ซึ่งมันทำถึงการเวอร์ชั่นไทยที่เน้นเพียงการเต้นยั่วยวนและโอบกอด คอสตูมน้อยชิ้นเหมือนว่านางเหล่านั้นหลุดออกมาจากสำนักโคมเขียวจริงๆ ในฉากนี้ เราจะเห็นฉากที่ทหาร GI ทำกับสาวในบาร์ราวกับเครื่องระบายทางเพศในขณะที่สาวบาร์ ต่างก็ต้องการแลกเรือนร่างของเธอกับการได้ไปสู่ดินแดนอเมริกาเพื่อใช้ชีวิตเป็นภรรยาที่ดี แต่ทว่ามันไม่เป็นดั่งฝันและเต็มไปด้วยความขมขื่น
  • “The Movie in My Mind” – เพลงของ Gigi ที่เปิดบรรยากาศความเศร้าให้บนเวทีว่าเธอถูกกระทำยังไง จนกระทั่งการระบายออกมาทางเพลงที่เหมือนสิ่งที่ถูกกดมานานมันพุ่งออกมา โดยเฉพาะเมื่อเข้าท่อนพีคของเพลง “Dream The dream I long to find The movie in my mind ” มันเหมือนพาเราลอยเข้าไปในภาพฝันที่ Gigi เฝ้าถวิลหา สอดรับกับอารมณ์ความขมขื่นของคิม ที่เริ่มต้นการเป็นผู้หญิงกลางคืนในที่แห่งนี้ การพยายามปลอบใจตัวเอง ในขณะทึ่เสียงของหมู่มวลบาร์เกิล เริ่มร้องเพลงนี้ออกมาเป็เหมือนเครื่องย้ำว่า ความฝันที่จะหนีโลกอันโหดร้ายนี้ไปสู่โลกใหม่ มันช่างไกลเหลือเกิน…เราว่าฉากนี้ค่อนข้างตรึงคนดูในองก์แรกมาก มันสะเทือนอารมณ์ในมุมมืดของโลกแห่งนี้ ไม่ได้ทำแค่ออกมาเพื่อเดินเรื่องแล้วผ่านไป
  • “Why, God, Why?” – ข้ามมาที่ฉาก Solo ของคริส ที่ในฉากนี้เราจะได้เห็นอารมณ์ ความสับสนของคริส ในขณะเดียวกันก็จะได้เห็นการดิ้นรนในการไปสู่โลกเสรีของชาวไซง่อน ฉากนี้เหมือนฉากอื่นคือสัมผัสอารมณ์ได้มากกว่าที่เคยดูในเวอร์ชั่นไทย
  • “Sun and Moon” – เพลงคู่ของคริสและคิม ที่ก่อนหน้านั้นเราเคยดูมันอาจจะเหมือนซีนโรแมนติก แต่ในเวอร์ชั่นนี้กลับถ่ายทอดอารมณ์ให้เราเห็น 2 มุมของตัวละคร คิม ที่เหมือนเด็กสาวที่ดีใจในการพบรักและความหวังไปสู่ชีวิตใหม่ ส่วนคริส เราได้เห็นความรักที่เหมือนว่าเขาตกกระไดพลอยโจนมากกว่า รักแท้จริงๆ ซึ่งมันไปเชื่อมอารมณ์พอดีกับฉากแต่งงานของคิมและคริส ที่คริสไม่รู้ตัวเลยว่า เพลงที่เหล่าสาวบาร์เกิลและคิมร้องทำพิธี คือเพลงแต่งงาน การทำพิธีตามแบบฉบับของเวียดนามตอนสุดท้ายแม้จะประหลาดใจกับจู่ๆตัวเองได้แต่งงานแต่เขาก็เฉไฉไปว่ามันเป็นเรื่องตลก ทั้งที่คิมคิดไปแล้วว่าแต่งงานจริงๆ
  • “Thuy’s Arrival” การมาของถวี ในเวอร์ชั่นนี้ทำให้เราเห็นว่า ก่อนหน้านี้โปรดักชั่นของซีเนริโอ้ ทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นตัวร้ายไปเลย ทั้งที่การกระทำของเขามีเหตุผลที่เต็มไปด้วยคำสัญญาและความรัก
  • “Last Night of the World” – เพลงคู่ของคริสและคิม ที่ทำให้เราเห็นทั้งความดีใจ การถอนตัวไม่ขึ้นของคริสเสียแล้ว ความรักที่เกิดจากความสงสาร เห็นใจ จนกลายเป็นพันธะใหม่ที่ต้องพาคิมไปอยู่อเมริกาด้วย ในฉากนี้เราจะเห็นช่วงหนึ่งที่คิมมีความกังวลถึงโลกใหม่ที่เธอจะไปอยู่ แต่คริสกับคิมก็ปลอบด้วยท่อนสุดท้ายของเพลงว่า So stay with me and hold me tight. And dance like it’s the last night of the world ก่อนที่จะวิ่งหายไปในความมืดท่ามกลาง อารมณ์รอยยิ้มและความดีใจ
  • “The Morning of the Dragon” – ฉากตัดอารมณ์โรแมนติกเมื่อสักครู่ทิ้งเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามของกองทัพเวียดนาม ความผันแปรของกระแสการเมือง ซึ่งไม่มีอะไรที่น่าหวือหวามากกว่าโปรดักชั่นอื่นๆ มีเพียงการใช้มุมกล้องให้มาช่วยให้เราเห็นภาพที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
  • “I Still Believe” – การเล่าเรื่องจากสองฝั่งโลก คิม ในแง่ที่ยังคอยความรัก และ เอเลน ในแง่ที่ไม่เข้าใจเหตุที่สามีตัวเองฝันร้ายเหมือนว่า ความลับนี้เป็นส่วนกันเธอออกจากชีวิตส่วนหนึ่งของสามี… ความเด่นของฉากนี้ไม่ใช่แค่เสียงร้องแต่คือการส่งอารมณ์ออกมาแบบเต็มเปี่ยม การเล่าเรื่องของ 2 อารมณ์ที่ต่างกัน แต่ผสานเป็นหนึ่งในท่อนจบ ก่อนที่ดนตรีจะเฟดขึ้นตอนจบของเพลง Last Night of the World

2015-01-01_0058_001

  • “Coo-Coo Princess” /”Thuy’s Death” / “You Will Not Touch Him”

หลังจากเพลง The Movie in My Mind เรายกให้ช่วงของเพลงนี้เป็นช่วงพีคสุดขององก์แรก เต็มไปด้วยอารมณ์ ทำให้เราเห็นมุมหนึ่งของถวีที่เหมือนคนใจสลายแหลกเป็นเสี่ยงๆ ผู้ชายที่ไม่เพียงแต่ต้องการรักษาคำสัญญาที่มีไว้กับพ่อ แต่ยังอยากให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักได้ไปสู่ชีวิตใหม่ที่ดีมากกว่าการรอคอย มีฉากที่ถวีเรียกทหารเวียดนามข้างนอกเข้ามาเพื่อบังคับให้คิมกลับไปด้วย ฉากนี้คือเครียดมากและอยากปรบมือให้กับคนออกแบบ ในเวอร์ชั่นไทย คิมจะโดนผูกตาแล้วมีแค่การทุบสังกะสีที่เป็นการขู่ แต่ในฉากนี้มีการทำร้ายร่างกายแบบจังๆ อารมณ์คนดูพุ่งขึ้นขีดสุดรับรู้ถึงความเจ็บปวดทางร่างกาย

  • “This is the Hour” เสียงปืนที่ดังขึ้นพร้อมร่างถวีที่ล้มลง เสียงกรีดร้องของคิมดังขึ้นผ่านด้านหลังฉากเปิดออก ทหารยืนถือปืนแสงไฟพุ่งขึ้นมา อารมณ์ตอนนั้นคนดูช๊อคมาก ขนลุกมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นแม้เราจะรู้เรื่องราวอยู่แล้วก็ตาม เป็นการปิดฉากความพีคกับอารมณ์ที่เราอึดอัดมาตลอดเกือบ 20 นาที ของฉากนี้
  • “I’d Give My Life for You” – ฉากปิดท้ายองก์แรกที่มีพลังเสียง อารมณ์ของคิมที่เจือไปด้วยความรัก ความห่วงใยที่มีต่อแทม แม้จะอยู่ในช่วงที่เธอยังเป็นวัยสาวแท้ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในองก์แรกที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้เรารู้ว่า ชีวิตของเธอมันช่างหนักหนาสาหัสเกินกำลังเหลือเกิน

 

lionheartv106

Act II

  • “Bui Doi” – ฉากนี้เปิดมาด้วยภาพเด็กกำพร้าอันเป็นผลมาจากสงครามเวียดนามและเป็น Solo เดี่ยวของ Hugh Maynard ที่ก่อนหน้านี้ในองก์แรก เราจะเห็นภาพเค้าในความเป็น  GI ที่มักใช้ความเป็นอเมริกันเหยียดหยามบาร์เกิล มาในฉากนี้เราได้เห็นอารมณ์ผ่านเพลงที่มีความรู้สึกสำนึกผิดอยู่ในนั้น
  •  “What a Waste” – ตัดฉากมาที่กรุงเทพฯ เราได้ยิ้มกับการที่เห็นทีมงานของคาเมรอน แมคอินทอช พยายามถ่ายทอดความเป็นพัฒน์พงษ์ให้ได้มากที่สุด ทั้งสำเนียงการออกเสียงของตัวละคร การโชว์ในบาร์ที่แอบมีปิงปองโชว์ด้วย งานละเมียดไปจนถึงเครื่องแต่งกายที่พยายามเอางานศิลป์ของไทยเข้าไปทำให้มันเหมือนว่า นี่คือกรุงเทพจริงๆ
  •  “Too Much For One Heart” –  ฉากนี้เปลี่ยนจากเพลง “Please” ในออริจินัล โปรดักชั่น ใช้ทำนองเดิมแต่เปลี่ยนเนื้อร้องใหม่ ท่อนหนึ่งที่มีความหมายว่า มันหนักเกินไปสำหรับใจดวงนี้แล้ว ทำให้เราสัมผัสถึงความเกินทนของเหตุการณ์ทั้งหมดที่คิมต้องแบกรับไว้ และไม่ว่ายังไงอยากให้มันยุติสักที
  •  “Kim’s Nightmare” – ยังคงเป็นไฮไลท์ที่สุดสำหรับ Miss Saigon ความโกลาหลหน้าสถานทูตอเมริกา ทีมสร้างพัฒนาเทคโนโลยี 3D ให้เราเห็นเหมือนว่าเฮลิคอปเตอร์บินมาจากทางคนดูแล้วแลนดิ้งลงกลางเวที แล้วบินขึ้นไปจริงๆ ตอนจบเมื่อเฮเลิคอปเตอร์บินจากไป เต็มไปด้วยเสียงโหยหวน ใจจะขาดของคนเวียดนามที่ถูกทิ้งในดินแดนที่เหลือแต่ซากของเศษสงคราม

saigon

 

  • “Maybe” – เพลงโซโล่ของ เอเลน ที่เปลี่ยนจากเพลงเดิม Now That I’ve Seen Her ที่ทำให้เราเห็นอกเห็นใจเอเลนมากขึ้นกว่าเพลงเดิม ว่าเหตุทั้งหมดเธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยแต่ทำไมจะต้องมารับรู้และยังอาจจะต้องมาสูญเสียสามีไปอีก จนแรงของอารมณ์มาระเบิดในการเผชิญหน้าระหว่าง คริสและเอเลน  ที่เราเห็นได้ว่า ท้ายสุดแล้วความรักของคริสในองก์ 1 มันเป็นเพียงความสงสารและการหาที่ยึดเหนี่ยวทางใจในยามสงคราม แต่ความรักที่คริสมีต่อเอเลน คืออนาคตของชีวิตอย่างแท้จริง
  • “The American Dream” – ฉากโซโลของ Jon Jon Briones ตัดอารมณ์ความเครียดลงชั่วคราว ด้วยแดนซ์อารมณ์ดี แถมด้วยการร้องเดี่ยวที่ถือว่าเอาคนดูอยู่มาก เทคนิคสมัยใหม่ของเวทีถูกเอามาใส่ในฉากนี้ ทีมสร้างยิง 3D เป็นรูปแบงค์ดอลล่าร์ลงบนเวที ก่อนที่จะโกยพวกมันทำเป็นพายุหมุนหายไปในอากาศ ต่างจากเวอร์ชั่นอื่นๆที่เราเคยสัมผัสมา
  • “Finale” – ซาวด์ของเพลง This is the Hour รัวดังขึ้นพร้อมกับใจคนดูที่สั่นตามแม้จะรู้จุดจบอยู่แล้ว คิม จูง แทมมาด้วยชุดเสื้อสีแดงลายมิกกี้เมาส์ อันเป็นสัญญะของโลกเสรีทุนนิยม เอ็นจิเนียร์ อุ้มแทมออกไปก่อน พร้อมกับทำสัญญาณบอกคิมว่า ให้รีบตามมา แต่เสียงปืนก็ดังขึ้น คิมปลิดชีพตัวเองด้วยกระบอกปืน กระบอกเดียวกับที่ปลิดชีพของถวี เวรกรรมที่แบกภาระทั้งหลายมาตั้งแต่ต้นเรื่องเป็นอันสิ้นสุดลง
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s