Review : Billy Elliot the Musical Live อีกเรื่องดีที่สุดในโลก (10/10)

Billy Elliot

เคยถูกสร้างเป็นหนังมาแล้วและได้รับกระแสตอบรับในแง่ของคำวิจารณ์ค่อนข้างดีเยี่ยมและเป็นหนึ่งในหนังดีในยุค 2000 อีกเรื่องก็ว่าได้ จากความยอดเยี่ยมของบทหนัง ทำให้มันถูกผลิตเป็นละครเวที ในปี 2005 โดยการแต่งเพลงของเซอร์เอลตัน จอนห์ และการเขียนบทและเนื้อเพลงของ Lee Hall นักเขียนบทภาพยนตร์ชื่อดัง โดยในเวอร์ชั่นมิวสิคัลก็สร้างชื่อเสียงด้วยการกวาดรางวัลโทนี่อวอร์ดในปี 2009 ได้มากถึง 10 สาขา รวมถึง Best Musical ด้วย  ซึ่งปี 2014 ที่ผ่านมา Billy Elliot ได้ฉลองครบรอบ 9 ปีด้วยการบันทึกการแสดงสดในรูปแบบ Live และออกวางขายในบ้านเราปี 2015 ครบรอบ 10 ปีพอดีของการโลดแล่นบนเวที

billy-elliot-musical-live-adam-sorenson

 

Billy Elliot เป็นเรื่องราวของเด็กชายชื่อว่า บิลลี่ อิลเลียต เกิดในครอบครัวคนทำเหมืองซึ่งอยู่ระหว่างการประท้วงหยุดงานในรัฐบาลของมากาเร็ต แทตเชอร์ สตรีกระดูกเหล็กแห่งอังกฤษ ซึ่งบิลลี่ ได้รับเงินจากพ่อวันละ 50 เพนนีเพื่อไปเรียนต่อมวย แต่เขากลับได้พบกับ Mrs. Wilkinson ผู้ชักนำให้เขาได้รู้จักการเรียนเต้นบัลเล่ต์ โดยตัวของบิลลี่เองมีพรสวรรค์ถึงขนาดที่สามารถฝึกซ้อมเพื่อสอบเข้าโรงเรียน  Royal Ballet School ในกรุงลอนดอน ได้เลยในขณะเดียวกันพ่อบิลลี่กลับมองว่าการเต้นเป็นเรื่องของเพศที่ 3 และเหตุการณ์ประท้วงก็กำลังตึงเครียดยิ่งเพิ่มความกดดันของเรื่องเข้าไปอีก

BillyElliot1-650x428

ในเวอร์ชั่น the Musical Live ถือว่าเป็นการสร้างออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ในด้านของนักแสดง บท Billy Elliot แสดงโดย Elliott Hanna นักเต้นเด็กที่มีพรสวรรค์มากและสามารถตรึงคนดูได้อยู่ตลอดทั้งการแสดง ในเรื่องนี้ อิลเลียต ฮันนา ต้องเต้นแท็บ บัลเล่ต์ แจ๊ส คอนเทมโพลารี่ กายกรรม หลายรูปแบบผสมอยู่ในแดนซ์ชุดเดียวหมด และต้องร้องในแบบมิวสิคัลด้วยมันเลยเป็นความสามารถที่คนดูทึ่งมาก ถึงมากที่สุด นอกจากนี้ตัวละครใน Billy Elliot แสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและมีเสน่ห์ จนบางฉากเราอาจน้ำตาซึม บางทีอาจจะไหลพรากเลยก็ได้ ฉากแดนซ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า นักแสดงแต่ละครผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนักหน่วง

โปรดักชั่นเป็นการปล่อยออกมาได้อย่างมาตรฐาน ฉากไม่เยอะ ไม่น้อยไป การเคลื่อนย้ายเทคนิคพอตัว ไลท์ติ้งถูกออกแบบให้เข้ากับโชว์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในฉาก Angry Dance ที่บิลลี่จะต้องโซโล่เดี่ยวเต้นแท็บ ในขณะที่สีช่วยเพิ่มอารมณ์ของความโกรธได้มากเลยทีเดียว การสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับคนดูตลอดในหลายๆฉาก เช่น Dream Ballet ที่อยู่ๆ บิลลี่ อิลเลียตก็ลอยไปบนฟ้าราวกับเหาะได้เหมือนปีเตอร์แพน ฉาก Expressing Yourself ที่เป็นชุดเสื้อผ้าขนาดยักษ์ออกมาแดนซ์กลางเวที ทำให้เราจับตาดูว่าในฉากต่อไป เขาจะโชว์อะไร??? แต่ไม่ใช่ว่างานโปรดักชั่นจะแน่นล้นขนมาขายเต็มไปซะอย่างเดียว แต่ Billy Elliot ยังเลือกว่า ฉากนี้จะขายอะไร ขายนักแสดง ขายดราม่า ขายแดนซ์ หรือ ขายเทคนิค มันเลยทำให้เราไม่รู้สึกว่ามันเยอะเหมือนละครโปรดักชั่นยักษ์บางเรื่อง

241959_770_preview

ความโดดเด่นและยอดเยี่ยมที่สุดถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการผลิตมิวสิคัลเรื่องนี้ คือ Book of a Musical ที่เล่าประเด็นครบทุกอย่างที่เวอร์ชั่นหนังเล่าและใช้วิธีการเล่าเรื่องที่ฉลาดมาก ทั้งในแง่ของสัญญะการสื่อความหมาย การเสียดสีสังคมและคติสอนใจในการมองโลก  ทั้ง 16 ฉาก 16 เพลงไม่มีฉากไหนที่ดูแล้วจะต้องคำถามว่า เอาใส่เข้ามาทำไม แต่กลับชอบจนไม่รู้ว่าจะเลือกฉากไหนให้เป็นซีนที่ประทับใจที่สุด

องก์ 1 มิวสิคัลเปิดเรื่องด้วยเพลง The Stars Look Down การต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพหรือพวกเหมืองแร่ที่หยัดยืนคู่กัน ในขณะที่บิลลี่ อิลเลียตกลับรู้สึกถึงการที่ตัวเองต้องติดอยู่ในสังคมที่แทบจะหาอนาคตไม่ได้ ตามด้วยฉากในห้องเรียนบัลเล่ต์คลาสเริ่มต้น ในเพลง Shine ที่คุณนายวิลกินสันก็ออกมาร้องเพลงเกี่ยวกับความเปล่งประกาย แถมนางยังบอกว่าไม่ว่า จะอ้วน ผอม สูงหรือเตี้ย ทุกคนล้วนเปล่งประกายได้อย่างงดงาม Solidarity เป็นฉากที่ทรงพลังและฉลาดในการเล่าเรื่องมากที่สุดเพราะเป็นการเล่าความรุนแรงของการประท้วงเหมืองแร่กับพัฒนาการด้านบัลเล่ต์ของบิลลี่เอาไว้ในฉากเดียว ซึ่งเฉพาะฉากนี้กินเวลากว่า 15 นาที แต่ไม่ทำให้เบื่อเลย โดยเฉพาะตอนจบของฉากที่จะได้เห็นการเปล่งประกายครั้งแรกของบิลลี่ ‘Expressing Yourself’ ฉากโชว์แดนซ์และคอสตูมเลิศๆ ฉากนี้เล่นใหญ่แต่ก็ถึงใจดี เพลงนี้สอนให้เราเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งมันถูกเอาไปใช้ในเพลง Finale ด้วย ฉากดราม่าเรียกน้ำตาที่ทำเอาเราน้ำตาแตกถึงสองครั้งคือเพลง The Letter เพลงนี้ถูกเอามาเล่นทั้งสององก์ เป็นจดหมายที่แม่เขียนถึงบิลลี่ ที่โคตรจะซึ้ง และมีจังหวะที่เข้าออกของตัวละครได้แบบกระแทกอารมณ์จริงๆ ละครเปิดท้ายองก์ 1 ด้วย Angry Dance เป็นการโซโล่เดี่ยวของ บิลลี่ที่บอกได้เลยว่าเป็นแดนซ์ที่โหดสัส เพราะเป็นแท็บแดนซ์ทั้งเพลง แถมต้องเล่นกับอารมณ์ที่เกรี้ยวกราด ไลท์ติ้งที่เป๊ะมาก พอจบฉากนี้ไม่ใช่เฉพาะนักแสดงแต่คนดูก็เหนื่อยไปพอๆกัน แต่มันคือความสุดยอดมากๆ

32e3e7bd1ea3a838c102796e76d26cdd

องก์ 2 เปิดเรื่องมาด้วยการแสดงเสียดสีการเมืองของแม็กกี้ แทตเชอร์ ในเพลง Merry Christmas, Maggie Thatcher ซึ่งในเพลงนี้นอกจากจะเห็นการเสียดสีที่ชวนหัวแล้วเรายังเพลินไปกับเทคนิคการเชิดหุ่นล้อเลียนที่ไม่ค่อยเจอในโชว์ไหนอีกด้วย ในองก์นี้ทำให้คนดูตะลึงปนเคลิ้มไปกับ Dream Ballet ซึ่งเป็นการเอา Swanlake มาโชว์ใหม่ ในซีนนี้เราจะเห็นบิลลี่เหาะได้ราวกับหงส์จริง ท่าเต้นที่งดงาม ถือว่าเป็นฉากที่หินมากแต่ก็สวยมากเหมือนในความฝันจริงๆ และอีกฉากที่ถือเป็น The Best อีกฉากคือเพลง Electricity โซโล่ของ บิลลี่ ที่ต้องโชว์เต้นและร้องเดี่ยวก็ถือว่า อิลเลียต ฮานน่า เล่นออกมาได้ดี ทั้งร้อง ทั้งเต้น ถือว่าสมบูรณ์แบบมาก คนดูเหนื่อยแทนแต่น้องแกเทพจริงๆ องก์ 2 ปิดท้ายด้วย Finale โชว์เต้นแท็บของทุกตัวละครเรียกเสียงปรบมือให้คนทั้งโรงละครและประทับใจมากเมื่อเห็น Billy กับทุก Cast มารวมตัวโชว์

Billy Elliot  เป็นมิวสิคัลอีกเรื่องที่มีความสมบูรณ์แบบในองค์ประกอบทุกด้าน ไม่มีขาดตกบกพร่องหรือล้นจนเกินไป อบอุ่นและน่าประทับใจจนคิดว่านี่ขนาดดูในเวอร์ชั่น Live ยังดีขนาดนี้แล้วการได้สัมผัสด้วยตาตัวเอง ด้วยใจตัวเองจะดีขนาดไหน ถ้าหากเทียบว่า POTO หรือ Les Mis เป็นพวกมิวสิคัลสายคลาสสิคขึ้นหิ้งตลอดกาล เราก็อยากยกให้ Billy Elliot  เป็นหนึ่งในนั้น มันดีพอและอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไป

สิ่งหนึ่งที่ Billy Elliot ฝากไว้ในท่อนจบของ Finale เป็นสิ่งที่น่าจดจำและเอาไปใช้ในชีวิตมาก มันบอกว่า

“…คนทุกคนล้วนมีความแตกต่าง นั่นคือธรรมชาติ เป็นเรื่องจริงธรรมดาที่เราพบเห็น
โลกตอนนี้มันสีเทาพออยู่แล้ว ไม่ต้องไปทำให้มันแย่ลงไปกว่านี้ สิ่งที่เราต้องการก็คือการเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่างจากคนอื่น…”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s