Review : Shrek The Musical ฉันจะเป็นใคร..เมื่อฝันในโลกจริงไม่สวยงาม

ก่อนหน้านี้เราสัมผัสเรื่องราวของเจ้ายักษ์เขียว Shrek จากอนิเมชั่นของดรีมเวิร์คส์และถ้าคอละครเวทีมิวสิคัลก็คงจะรู้ว่า เชร็ค มิวสิคัลที่บรอดเวย์ ทำแผ่นบันทึกการแสดงสดแล้วเมื่อปี 2013 ทำให้เราไม่คาดหวังว่า การที่เชร็ค มิวสิคัล จะให้อะไรมากกว่าความฮาและความบันเทิงแบบฉบับครอบครัว แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือประเด็นแฝงที่เราหลงลืมและมองไม่เห็นจากเชร็ค ฉบับอนิเมชั่นที่คอมเมดี้มันโดดเด่นจนกลบเนื้อแท้ของเรื่องราวดีๆนี้

shrek3

เชร็ค มิวสิคัล จะมีเปลือกนอกเป็นมิวสิคัลคอมเมดี้ตามแบบฉบับดั้งเดิมของอนิเมชั่น แต่ความฉลาดของ Book of a Musical คือการให้แต่ละเพลงแต่ฉากถ่ายทอดความเป็นคนที่ด้อยค่าและถูกมองเหยียดทั้งจากเพศ ความบกพร่อง หน้าตา ความเตี้ย สูง เหล่า LGBT หรือ ปมต่างๆที่ทุกคนล้วนมี หรือสังคมประทับตราให้เราว่าคือความแปลกแยก สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านตัวละครเทพนิยายที่ถูกย้ายมายังบ่อน้ำของเชร็ค หรือ แม้แต่ตัวเชร็ค พระเอกของเรื่องก็ถูกจัดอยู่ในหมวดนี้เช่นเดียวกัน ตอนเปิดเรื่องด้วย overture แบบสดใสของเชร็คก่อนจะเล่าที่มาที่ไปของยักษ์ตัวเขียว พ่อแม่ออกมาสาธยายถึงความสวยงามของโลกและทิ้งท้ายด้วยประโยคร้ายๆว่า สิ่งสวยงามที่กล่าวมาทั้งหมด มันไม่ใช่สำหรับเธอเลย

มิวสิคัลเปิดปมใหญ่มาให้เราและให้คำใบ้ว่าสิ่งที่จะแก้ไขปมเหล่านั้นได้คือการออกตามหาตัวตน การออกเดินทาง ซึ่งสิ่งที่เชร็คทำคือ เมื่อโลกไม่ต้องการคนอย่างเขา สังคมไม่ต้องการคนผิดปกติ เขาเลยเลือกที่จะก่อกำแพงให้กับตัวเองด้วยการปลีกวิเวกมาอยู่ที่บ่อน้ำนั่นเอง ในส่วนของชีวิตที่หลายคนมองว่าเพอร์เฟ็กต์อย่างเจ้าหญิงฟีโอน่า ก็ล้วนมีปม มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นเช่นเดียวกันในเพลง I Know It’s Today เราจะเห็นความฝันของเจ้าหญิงหลายๆคนที่เฝ้ารอเจ้าชาย เฝ้ารอความรักจริงที่เหมือนเทพนิยายแต่สุดท้ายรอให้ตายมันก็มาไม่ถึงสักที แม้เราจะเชื่อมั่นว่าสักวันมันจะมา

I-Know-Its-Today

ตอนจบของ Act 1 ด้วยเพลง Who I’d Be ที่เจ้าลาดองกี้ ถามเชร็คว่า ตอนเด็กเขาเคยฝันอยากเป็นอะไร? และเขาก็ตอบว่า เขาฝันอยากจะเป็นฮีโร่ เพลงนี้สะท้อนชีวิตจริงที่เจ็บปวดมากทั้งในชีวิตเราเองที่ตอนเด็กเคยฝันไว้อย่างไร ตอนนี้ความฝันมันหายไป ไม่อาจทำตามฝันนั้นได้เพราะโชคชะตาที่ถูกขีดไว้ ข้อจำกัดและปัจจัยอื่นๆทางสังคม รวมถึงทุกคนย่อมฝันอยากมี A perfect happy ending ตอนจบที่สวยงามกันทั้งนั้นแต่ในโลกแห่งความเป็นจริงมันจะเป็นแบบนั้นได้จริงหรือ?? เพลงนี้ยังย้ำแมสเสจแรกที่มิวสิคัลเปิดมาในตอนต้นว่า A big bright beautiful world But not for me (โลกใบใหญ่ที่แสนสวยงามแต่มันไม่ใช่สำหรับฉัน) ตอนจบของเพลงยังบ่นถึงความน้อยใจของกลุ่มคนที่โดนสังคมกดทับด้วยประโยคที่ว่า

ShrekNY155_Who-I'd-Be-web

” An ogre always hides An ogre’s fate is known
And ogre always stays In the dark, you’re all alone”

สะท้อนความหมายที่บอกว่าคนที่ถูกสังคมเหยียด คงต้องอยู่ในความมืดเพียงเดียวดายเท่านั้น ก่อนที่ม่านจะปิดลงในองก์แรก สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดใน องก์ 1 ถูกเล่าต่อในองก์ 2 แต่ในองก์นี้จะเป็นการบอกให้เห็นว่า สิ่งต่างๆเหล่านั้นแม้โลก สังคมภายนอกจะมองเราว่ายังไง จะกดทับ เหยียดหยามยังไง สิ่งที่เราควรทำและต้องทำคือความภูมิใจในความเป็นเรา ถ้าเราไม่ยอมรับตัวเราแล้วจะให้ใครมายอมรับเรา…พร้อมกับให้มองถึงสิ่งดีๆที่มีอยู่ในตัวเอง นั่นคือวิธีที่จะอยู่ร่วมกับโลกที่แสนโหดร้ายนี้ ไม่เพียงเท่านั้น เชร็ค มิวสิคัล ยังบอกให้คนที่ถูกเหยียดทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องลุกขึ้นสู้บ้าง ทวงความยุติธรรมจากโลกที่เหยียบย่ำคุณบ้าง ในเพลง Freak Flag ที่ตัวละครเทพนิยายออกมาร้องตอนเกือบจบองก์ 2 และ Big Bright Beautiful World (Reprise)ให้รักคนที่ยอมรับในตัวเราแบบที่เป็น และขอแค่มีคนที่เข้าใจเราข้างกายโลกใบนี้ก็สวยงามแล้ว ก่อนจะปิดท้ายองก์ 2 แบบสวยงามด้วยเพลง This Is Our Story ที่ออกมาย้ำให้เรามาภูมิใจในความเป็นเรา

 

Shrek The Musical Cadillac Palace Theatre

ในพาร์ทโปรดักชั่นถ้าเทียบเท่ากับออริจินัลโปรดักชั่นที่เราได้ดูจากบันทึกการแสดงจากบรอดเวย์ถือว่าโปรดักชั่นที่มาทัวร์ไทย ลดสเกลลงมาเยอะทั้งฉากแสงสีที่เน้นเอาจอLED มาช่วยลดความซับซ้อน เพราะของเดิมจัดไว้เต็มมาก ส่วน Cast ก็ดีในระดับหนึ่ง เล่นดี ร้องดี อีกอย่างหนึ่งของเชร็ค ที่ทำให้คอมิวสิคัลขำเล็กๆได้ตลอดคือการแทรกกิมมิคของมิวสิคัลระดับตำนานเข้าไปจิกในหลายๆฉาก ตั้งแต่ billy elliot,Dreamgirls,a chorus line,Wicked หรือแม้แต่ตัวระดับตำนานอย่าง Les Mis ก็โดนแซวกับเค้าด้วย แม้ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องเพอร์เฟ็กต์มากมายแต เชร็ค มิวสิคัล โปรดักชั่นทัวร์นี้ก็ทำให้คอมิวสิคัลอย่างเราอิ่มได้เหมือนกันและทุกวันนี้เพลงที่ดังก้องอยู่ในหัวทุกวันยังคงเป็นเพลง Who I’d Be ซึ่งแน่นอนว่านี่อาจจะไม่ใช่ A perfect happy ending แต่ก็เป็นความทรงจำดีๆที่เชร็ค มิวสิคัล มอบให้เรา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s