โตเกียวคนเดียว เที่ยวแบบโง่ๆ EP.1 ฉุกละหุก

ญี่ปุ่น….ไม่เคยคิดว่าจะไปมาก่อนและยังไม่อยากไปตอนนี้เพราะคิดว่าตัวเองไม่พร้อมแล้วมันต้องใช้ตังค์เยอะ แต่ปรากฎว่าเดือนที่แล้วตรงกับวันเกิดแล้วทุกปีจะให้ของขวัญตัวเอง แล้วพอดีว่าแอร์เอเชีย Go ดันจัดโปรลดราคา ตั๋วไปกลับญี่ปุ่นพร้อมที่พัก 5 คืน 15,000 บ. ซึ่งก็คิดว่าราคามันโอเคพอไปได้ [ทริปนี้ 7 วัน 5 คืน รวมบิน ขาไปเที่ยงคืน ถึงญี่ปุ่นเช้า ขากลับ ออกจากญี่ปุ่นเช้า ถึงไทย บ่ายสอง ]

01

 

ตัดสินใจกดจองทั้งๆที่ในหัวยังไม่มีแพลน ว่าจะไปไหนในญี่ปุ่น ซึ่งการกดจองในครั้งนี้เหลือเวลาอีก 5 วันในการเตรียมตัว หาข้อมูล เตรียมข้าวของ จัดแจงแลกเงินและอื่นๆ แล้วมันก็ถูกสรุปแบบทันด่วนว่า ทริปนี้จะไปโตเกียว เดี่ยวๆ 5 วัน เพราะความต้องการหลักของการไปที่นั่นคือการไปพิพิธภัณฑ์จิบลิและพิพิธภัณฑ์ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ซึ่งทั้งสองสถานที่ต้องจองตั๋วล่วงหน้าเป็นเดือนและต้องซื้อที่ญี่ปุ่น ส่วนวันที่เหลือพอจะมีลิสต์คร่าวๆ ว่าอยากไป เมืองฮาโกเน่ [มิวเซี่ยมหนังสือเจ้าชายน้อย ล่องเรือโจรสลัด นั่งกระเช้าดูฟูจิ],ดิสนีย์แลนด์,โตเกียวทาวเว่อร์,โอไดบะ ดูหุ่นกันดั้มกับสะพานสายรุ้ง,อากิฮาบาระ ย่านโอตาคุ,สวนอูเอโนะ เดินเล่น  โอเคแพลนคร่าวๆเป็นแบบนี้ แต่ทุกอย่างไม่สามารถลงวันได้เพราะต้องหาตั๋ว2มิวเซี่ยมแรกให้ได้ก่อน เพราะมันหายากมาก

เวลาและเงินที่น้อยนิดทำให้ทริปนี้ต้องประหยัดที่สุดถึงขนาดไม่ซื้อไกด์บุ๊ค เพราะไม่รู้ว่าจะพึ่งไปทำไม จากประสบการณ์มันไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเลย นอกจากพาเราหลง ซึ่งสิ่งที่ดีกว่าไกด์บุ๊คและเรายอมเสียเงินเช่าไปจากไทยคือ POCKET WIFI เสียค่าเช่าวันละ 200 บาท รวมแล้ว5วัน ซึ่งเราก็โอเคกับมันเพราะว่ามันแทนไกด์บุ๊คได้ ใช้Google Map ได้ รวมไปถึงเราต้องใช้มันเช็ค Hyperdia เว็บสำหรับค้นหาเที่ยวรถไฟตลอดการเดินทางในครั้งนี้ ถือว่าคุ้มอยู่ 

จากนั้นก็แลกเงิน ทริปนี้เอาไป 14000 บาท ไม่มีแลกเพิ่มได้มาทั้งหมดประมาณ 50,000 เยน  สำหรับกิน ตั๋วรถไฟ ตั๋วเข้าสถานที่ต่างๆ คิดว่าน่าจะพอเพราะคำนวณไปแล้วไม่ขาดไม่เกิน ขั้นตอนสุดท้ายคือการเช็คสภาพอากาศตลอดทริป 5 วัน จะมีวันแรกที่ฝนตก ส่วนอากาศอยู่ที่6 – 12 องศา ด้วยความที่เคยไปเที่ยวจังหวัดเลยแล้วอากาศก็หนาวประมาณนี้ ความประมาทเลยเกิดขึ้น เพราะเตรียมเสื้อกันหนาวแบบธรรมดาไป ไม่ซื้อใหม่ใดๆทั้งสิ้น ซึ่งใครจะไปรู้ว่าไอ้ความประมาทนี้จะส่งผลกรรมตลอดทริป  จัดกระเป๋าเรียบร้อยชั่งน้ำหนักไม่เกิน7โล[งกไม่ยอมซื้อน้ำหนักกระเป๋า] เตรียมพร้อมออกเดินทาง คนไทยเต็มลำเลย รำสุดๆ

ตัดภาพมาสนามบินนาริตะยามเช้า…. อากาศ 4 องศา แค่ก้าวขาออกจากGATE ก็สั่นแล้ว เพราะว่าชุดที่ใส่มาคือเสื้อกันหนาวข้างในแขนยาว ข้างนอกเสื้อคลุมธรรมดา อย่างแรกที่มาถึงคือวิ่งเข้าห้องน้ำก่อน เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่ คราวนี้เอาเสื้อใส่ไปเลย 3 ชั้น รวมเสื้อกันหนาวคลุมข้างนอกอีกเป็น 4 เอามันหายหนาวไปเลย ล้วงๆไปปรากฏว่าลืมหมวกกับผ้าพันคอ เยี่ยมเลย ! โชคดีที่เสื้อกันหนาวยังมีหมวกอยู่ ยังไม่ทันไรก็วุ่นเสียแล้ว

หลังจากเตรียมตัวเสร็จ พร้อม กรอกใบตม.เรียบร้อย แต่ความโง่คือ ตรงเงินที่นำเข้าประเทศ จาก 5 หมื่นเยน เรากรอกตก 0 ไปหนึ่งตัว เป็น 5 พันเยน เจ้าหน้าที่ตม.เห็นแล้วก็งง เลยถามว่า ทริปนี้มากับใคร พักที่ไหน เที่ยว 5 วัน เอาเงินมา5พันเยนไม่พอนะ จากนั้นเค้าก็ถามหาใบจองที่พัก เราก็หยิบให้ แล้วเราก็อธิบายว่าเรากรอก0ตกไปตัวนึง  กว่าจะตกลงกันได้ยาว เกือบจะไม่ได้เข้าประเทศเขาซะแล้ว ด่านแรก จบลง ยังไม่ทันได้ออกจากสนามบินนาริตะเลยวุ่นวายเวียนหัว

ขั้นตอนต่อไปคือนั่งรถไฟจากนาริตะเข้าโตเกียว ซึ่งมีการเดินทางหลายวิธีมากเพราะรถมีหลายสายทั้งเอ็กซ์เพรส รถธรรมดา รถด่วน อะไรไม่รู้ งงไปหมด โดยการเดินทางของเราตลอดทริปนี้ค่ารถไฟเราจะจ่ายผ่านบัตร SUICA เป็นบัตรคล้ายๆบัตร RABBIT บ้านเรา มันไม่ได้ช่วยลดราคาอะไร แต่เพราะบัตรนี้สามารถใช้ขึ้นรถไฟได้ทุกสาย ทุกบริษัท ทุกขบวน คิดราคาตามจริง ดีกว่าไปเสียเงินซื้อตั๋วแบบเหมาทั้งวัน แต่นั่งรถไฟได้ไม่ทุกบริษัท แถมคำนวณดูแล้วแบบนี้ถูกกว่ากันเยอะ มาๆๆๆเลิกพล่าม

520871fb5b444a068eaf4c2a767f2254-suica-card-920

ต่อไปคือการตามหาที่ซื้อบัตร SUICA ซึ่งพอผ่านตม.มาได้ ก็เห็นคนไทยต่อแถวซื้อตั๋วรถไฟกันเต็ม เราก็เปิดภาพบัตร SUICA ให้เจ้าหน้าที่สนามบินดูว่าสามารถซื้อได้ตรงไหนบ้าง นางก็ใจดีพาเดินมาส่งที่ JR EAST CANTER ตรงทางเข้าสถานีนาริตะ เทอมินอล 2 ตรงนี้รวมตั๋วรถไฟหลายแบบ เราแจ้งรูปแบบการเดินทางกับพนักงานเค้าก็จะแนะนำตั๋วให้ หรือเราบอกก็ได้ว่าจะเอาตั๋วแบบไหน สำหรับบัตร SUICA ค่าบัตร 2000 เยน มีมูลค่าในบัตร 1500 เยน ส่วนอีก 500 เยน เป็นค่ามัดจำบัตร สามารถเอาบัตรมาแลกคืนได้

โอเคเมื่อได้บัตรมาแล้วก็พร้อมจะเจอกับโตเกียวของจริง แต่เดี๋ยวก่อน มึงจะเข้าเมืองยังไง…….ไม่ยากเลย เปิดเว็บ Hyperdia ใส่วัน เวลา สถานีต้นทางและสถานีปลายทาง โดยโฮสเทลของเราอยู่ที่สถานีอาซากุสะ ก็ กรอกลงไป ASAKUSA ……ชิบแล้วไง อาซากุสะมี 2 สถานี้ Asakusa  TOBU กับ Asakusa tsukuba station อันไหนละว่ะเนี่ย ต้องมานั่งเซิร์จอีกว่า โฮสเทลใกล้สถานีไหนมากที่สุด ซึ่งสรุปคือ tsukuba ต้องใช้เวลาเดินทาง 70 นาที เปลี่ยนรถไฟ 2 ครั้ง …..เราไปรอที่ชานชาลา เข้าไปนั่งในรถไฟโชคดีที่ในขบวนมีฮีทเตอร์ไม่งั้นคงแข็งตาย นั่งยาวๆต่อไป

20150122_090644

 

พอถึงตอนเปลี่ยนขบวน Hyperdia จะแจ้งว่าขบวนถัดไปจะมาในอีกกี่นาที ด้วยโง่และกลัวหลง เลยต้องวิ่งเปลี่ยนสถานี วิ่งแข่งกับมนุษย์เงินเดือนโตเกียวที่ต้องไปทันรถไฟและในที่สุดก็มาถึง Asakusa tsukuba station โผล่ขึ้นมาเท่านั้นแหละ ฝนตกลงมา ไม่ได้ตกธรรมดาด้วย น้ำฝนในฤดูหนาว 4 องศาของญี่ปุ่น แถมไม่มีร่ม โอยโง่สุดๆ หยิบเสื้อหนาวมาคลุม ใส่ฮูดรูดซิปปิดหมด ยังพอกันฝนได้

เปิดกูเกิ้ลแมปเดินหาโฮสเทลที่จองไว้  โชคดีที่ใช้จนชินแล้ว เดินไปไม่ถึง10 นาทีก็ถึงโฮสเทลที่จองไว้ สภาพเก่าชื่อ hotel new tochigiya ที่นี่เป็นแคปซูลโฮสเทล ห้องน้ำรวม รับเฉพาะแขกผู้ชายเท่านั้น ราคาถูก พนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พูดได้นิดเดียว การสื่อสารส่วนใหญ่ใช้ภาษามือ ข้อดีของที่นี่คืออยู่ใกล้วัดอาซากุสะมาก

5772859_13_z

เมื่อเดินเข้าไปเช็คอินเป็นเวลา 10.00น. พนักงานเอาพาสปอร์ตไปเช็คการจองเรียบร้อยแล้วบอกว่าให้มาเช็คอินตอน 4 โมงเย็น เราฝากกระเป๋าแล้วเตรียมไปเผชิญกับโตเกียว ท่ามกลางฝนตก กูจะไปไหนดี อย่างแรกคือหาตั๋ว 2 มิวเซี่ยมให้ได้ก่อน!!!!

000

 

10425012_10203286709640134_7572458662295321346_n

20150122_111210

cats

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s