THE Wind Rises เมื่อสายลมพัด ความฝันก็ล่องลอยไป

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ได้ดูสักที สำหรับ THE Wind Rises ผลงานชิ้นสุดท้าย ฮายาโอะ มิยาซากิ สุดยอดผู้สร้างการ์ตูนแห่งสตูดิโอGhibliที่เข้าฉายในหลายประเทศตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่บ้านเราเพิ่งจะเข้าฉายในเดือนนี้  THE Wind Rises เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินตามความฝันของจิโร่ โฮริโกชิ ผู้ออกแบบเครื่องบินรบผู้ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น

yoko_out

THE Wind Rises มันเบสออนทรูสตอรี่ ต่างจากเรื่องก่อนๆของจิบลิที่มาจากนิยาย ตำนาน หรือจินตนาการของผู้สร้าง ซึ่ง  THE Wind Rises ดำเนินเรื่องเริ่มตั้งแต่ความฝันในวัยเด็กของจิโร่ สายลมพัดผ่านสู่วัยรุ่น จนไปถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งเรื่องราวก็เป็นไปตามแบบหนังชีวประวัติ ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก เล่าแบบราบเรียบแต่ค่อยๆ ให้คนดูได้ซึมอารมณ์ ความรู้สึกของจิโร่ไปเรื่อยๆ จนถึงที่สุด

THE Wind Rises มันไม่ได้มีปมพีคแบบหนังหรือการ์ตูนเรื่องอื่นๆ แต่สิ่งที่สายลมแห่งความฝันเรื่องนี้ทำได้ดีมากคือการหล่อเลี้ยงอารมณ์คนดูตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ ซึ่งถ้าสไตล์ Ghibli มักจะสอดแทรกเรื่องราววิถีชีวิต วิธีคิดและทัศนคติของคนญี่ปุ่น ที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องนี้คือแก่นหลักของการเดินตามความฝัน ผสานไปกับแนวคิดการพยายามมุ่งมั่นในการพัฒนาชาติให้เป็นชาติที่เจริญ เพราะทุนเดิมของญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ยากจน ระบบคมนาคมกันดาร มีเพียงรถราง รถไฟและรถบัสเท่านั้น รวมไปถึงด้อยเรื่องเทคโนโลยีด้วย แต่ความมุ่งมั่นและความพยายามคือสิ่งที่ทำให้ชาติญี่ปุ่นรุดหน้าขึ้นมาได้

ประเด็นที่ไม่พลาดของ Ghibli คือการฉายภาพที่น่ากลัวของไฟสงคราม แต่ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีให้เห็นมาก มาแบบเบาๆ แต่ภาพที่น่ากลัวพอๆกับสงครามคือแผ่นดินไหวในตอนต้นเรื่องที่ทำให้เห็นว่าญี่ปุ่นไม่ใช่ชาติที่พัฒนาได้อย่างง่ายๆเลย

อีกอย่างที่ THE Wind Rises มีและแตกต่างจากเรื่องอื่นๆคือมุมมองของคนต่างชาติที่มองคนญี่ปุ่นในสมัยนั้น เช่น เยอรมันมองญี่ปุ่นว่าเป็นชาติที่จ้องจะขโมยและลอกเลียนแบบ การเอาเปรียบชาติที่อ่อนกว่า แต่สุดท้ายแล้วสองชาติที่ไม่ไว้วางใจกันกลับกลายเป็นมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในส่วนความรักก็มีมาพอให้ชุ่มหัวใจและน้ำตาซึมบ้าง ไม่เวิ่น ไม่หวานเลี่ยน ไม่ฟูมฟายแต่ลึกถึงอารมณ์มาก

เรื่องภาพและเทคนิคยังคงรูปแบบ2มิติแบบดั้งเดิมของGhibliแต่หลายฉากที่ต้องตะลึงอยู่เหมือนกันเพราะมันแหวกออกมาจากขนบเดิมๆของสตูดิโอโทโทโร่และมีมุมใหม่ๆให้เห็นมากขึ้น ไม่แบนราบเรียบเหมือนรุ่นเก่าๆ เทียบคุณภาพแล้วทำให้เรามองกลับไปว่า อนิเมชั่นภาพสวยๆไม่จำเป็นต้องทำ 3Dเสมอไป รวมไปถึงสกอร์เพลงที่เพราะตลอดเวลาอยู่แล้ว ยิ่งทำให้สายลม เครื่องบิน ทิวทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น ต้นไม้ใบหญ้า ก้อนเมฆ มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นไปอีก

สุดท้าย THE Wind Rises เหมือนเป็นสารที่อ.มิยาซากิพยายามจะส่งให้คนดูในผลงานชิ้นสุดท้ายนี้ อาจจะหมายถึงจงมุ่งมั่นตามหนทางความฝันและพยายามอย่างให้ถึงที่สุด ความหวังยังมีเสมอตราบที่สายลมยังพัดพาความฝันจะยังอยู่

The-Wind-Rises-Poster

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s