the September issue : ถือ Vogue เพื่ออวดฐานะและรสนิยม

the September issue เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนภาพแห่งวงการของนิตยสารแฟชั่นผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบของภาพยนตร์กึ่งสารคดี เนื่องจากการนำเรื่องราวของ Vogue magazine ในรูปแบบเรียลลิตี้ของ Anna wintour ก่อนวันปิดเล่ม Vogue magazine เล่มพิเศษ

the-september-issue

ฉันนี่แหละนางมารตัวแม่ เป็นคำที่บ่งบอกถึงบุคคลิกของ Anna wintour ได้เป็นอย่างดีในเรื่องของความเนี๊ยบและอารมณ์เรื่ิองมากในการทำงานของเธอ การทำงานร่วมระหว่าง Grace Coddington ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ของ Vogue ซึ่งทั้งสองมีการแสดงทัศนะเกี่ยวกับแวดวงแฟชั่นที่แตกต่างกัน Anna มักมองแฟชั่นในรูปของภาพความพึงพอใจของดีไซเนอร์ ส่วน Grace จะมองภาพของแฟชั่นในมุมของศิลปะ สังเกตได้ว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันในเรื่องของการรีทัชภาพของช่างกล้องที่มีรูปร่างไม่สมส่วน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนความแตกต่างทางแนวคิดเกี่ยวกับมุมในภาพยนตร์ว่าความแตกต่างสุดท้ายก็นำมาซึ่งความประสบความสำเร็จของVogue magazineที่ได้ชื่อว่าเป็นคำภีร์ไบเบิ้ลแห่งวงการแฟชั่นของโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าดีไซเนอร์ทั้งโลกในการมุ่งมั่นนำเสนอผลงานเพื่อให้เข้าตาแอนนาในการนำผลงานของพวกเขาไปลงในVogue magazine

2009_the_september_issue_001

บริโภคสัญญะ in the september issue

Vogue magazine เป็นนิตยสารหัวใหญ่ระดับโลกที่ถือว่าเป็นแนวหน้า และเป็นที่ยอมรับของแฟชั่นนิสต้าร์ผู้หลงใหลในแฟชั่น) การออกฉบับพิเศษของVogue ในเดือนกันยายน มีความพิเศษและถือว่าเป็นเล่มที่ดีที่สุดของปี การพยายามสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นของดีไซน์เนอร์แบรนด์ดังระดับโลกหลายแบรนด์พยายามที่จะออกคอลเลกชั่นใหม่ๆเพื่อให้ได้ลงในVogue (ยกตัวอย่างของตอนของคอลเลกชั่นเสื้อผ้าของฐากูร พานิชกุล ที่พยายามจะให้แฟชั่นของตัวเองได้โดดเด่นในVogue ) ด้วยความที่มียกตัวว่าเป็นนิตยสารแฟชั่นระดับท๊อป Vogue จึงต้องคำนึงถึงผู้บริโภคของตนนั่นคือวงการแฟชั่นว่าต้องการสิ่งใดและทำนิตยสารแฟชั่นในแบบใดเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคVogue ฉบับกันยายนจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังว่าจะออกมาในรูปแบบที่มีคุณภาพเพียงใด Anna wintour จึงป็นเครื่องยืนยันได้ว่าโวคเป็นที่ยอมรับของนักแฟชั่นทั่วโลกโดยจะไม่มีข้อโต้เถียงใดๆ

peyton-list-vintage-vogue

Vogue เพื่ออวดฐานะและรสนิยม

ผู้อ่านVogueจึงมีความหมายในเชิงสัญญะว่าเป็นผู้ดูดี ทันสมัย มีสไตล์และแฟชั่นในการแต่งตัวตลอดจนเป็นผู้ที่มีอันจะกินเพราะผู้ซื้อVogueจะต้องเป็นผู้สนใจในแฟชั่นในระดับหนึ่ง มีกำลังซื้อสินค้าหรือแบรนด์เนมที่ออกคอลเลกชั่นใหม่ๆลงในVogue ฉะนั้นหากใครถือโวคแมกกาซีนในมืออยู่ถืออยู่ภาพสัญญะนี้ก็จะถูกสื่ออกมาว่าคนนั้นเป็นคนที่มีความหมายอย่างที่กล่าวมาในข้างต้น แม้ Vogue magazineและแฟชั่นไม่่สิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตมนุษย์แต่ก็เป็นเครื่องแสดงถึงบุคคลิกภาพของผู้ที่บริโภคมันได้ดังนี้
– ความมีรสนิยมในแฟชั่น
– การมีฐานะร่ำรวยและกำลังซื้อ
-การมีสังคมในระดับหนึ่ง
-ความสนใจในการเคลื่อนไหวและติดตามอัพเดทวงการแฟชั่นใหม่ๆthe september issue

vogue-thai-cover

Vogue magazine กับอิทธิพลต่อสังคมไทยอาจจะไม่มีมากกับคนไทยโดยตรง แต่ในทางกลับกันVogue มีอิทธิพลกับผู้หญิงในฝั่งของอเมริกาและยุโรปมากกว่า เพราะเป็นกลุ่มคนที่มักมีความสนใจในเรื่องราวของแฟชั่นโดยถือเป็นเรื่องสำคัญในการดำรงชีวิตหากใครไม่มีแฟชั่นในการดำรงชีวิตอาจจะกลายเป็นบุคคลที่มีอีกฐานะหนึ่งที่ไม่ใช่ระดับเดียวกัน

ซึ่งก็เป็นเรื่องตรงกันข้ามกับสังคมไทยที่ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจในวงการแฟชั่น และยังมองว่าแฟชั่นเป็นเรื่องไกลตัว รวมไปถึงเป็นเพียงความฟุ่มเฟือย และเป็นเครื่องแสดงฐานะของคนมีเงินเท่านั้น โดยแฟชั่นส่วนใหญ่ของไทยยังคงได้รับอิทธิพลมาจากเกาหลี ญี่ปุ่น หรือ ประเทศอื่นๆที่อยู่ในช่วงกระแสนิยม และไม่ได้ให้ความสำคัญกับแบรนเนม หรือสินค้าแฟชั่นระดับสูง ซึ่งไม่ตรงกับฐานะของคนส่วนใหญ่ในประเทศ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s