รีวิว Gravity IMAX3D….สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น(A+)

หนังอวกาศเรื่องล่าสุดที่ถือได้ว่ายอดเยี่ยมมากๆ สำหรับ Gravity ผลงานการกำกับของ Alfonso Cuarón ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของอวกาศในแบบที่เราไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไหร่ Gravityบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ไรอัน สโตน นักบินอวกาศหญิง(อันที่จริงเธอเป็นด๊อกเตอร์) ที่ต้องลอยเคว้งคว้างในอวกาศ เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเธอต้องหาหนทางที่จะต้องกลับมายังพื้นโลกให้ได้ ที่สำคัญคือ เธอเป็นผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในอวกาศ xxxเรื่องย่อตัดจบไปให้ไปดูเอาเองแล้วกันนะxxxx

gravity_article

Gravity เป็นหนังที่มีมุมมองเกี่ยวกับด้านภาพที่ถือว่าแปลกมากหากเทียบกับอพอลโล่ อมาเกดอน หรือ หนังไซไฟอวกาศเรื่องอื่นๆ เพราะมุมกล้องและภาพมันหมุนเคว้งคว้างตามสภาพไร้น้ำหนักจริงๆ มันทำให้คนดูได้อรรถรสเพราะความสมจริง ซึ่งมันทำให้รับรู้บางอารมณ์ของนักแสดงด้วย แต่ถึงแม้มันจะมีข้อดีแต่มันก็ทำให้คนดูเวียนหัวไปด้วยเช่นกัน เพราะตลอดเรื่องมันหมุนเคว้างคว้างตลอด บางครั้งก็หมุนแบบหลายสิบตลบ กล้องนี่แทบจะไม่นิ่งเลย

หากคนดูเลือกดูระบบ IMAX ซึ่งปกติก็เวียนหัวอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเรื่องนี้จะเวียนหัวเข้าไปใหญ่ แต่มันยิ่งทำให้เราอินนะ (อันนี้ไม่รู้คิดไปเองเปล่า แต่พอดูจบ นี่โลกหมุน ขาเหมือนเพิ่งแตะพื้นโลก) ชอบเทคนิคการลำดับเสียงและภาพ เปิดช่วงแรกมาด้วยภาพตระการตาของดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่ชื่อว่าโลก แต่มีเสียงเงียบซึ่งเป็นสภาวะบนอวกาศ เงียบไปได้สักพัก เริ่มเฟดเสียงเพลงแบบป๊อปคันทรี่สไตล์อเมริกันเข้ามา เอฟเฟ็กต์และงานภาพของเรื่องนี้เยี่ยมมากๆ ต้องดู IMAX ถึงจะชัดเต็มตาแบบธุลีในอวกาศปลิวมาปะทะกับแว่น การโคสอัพเข้าไปใกล้ๆ หน้า แววตา ในหลายๆฉาก ยิ่งทำให้คนดูรับอารมณ์ของนักแสดงได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการแฝงความเป็นชาติอเมริกันลงไปในเรื่อง เช่น สาเหตุของวินาศภัยนี้เกิดจากรัสเซีย ชาติคู่กัดของมะกัน รวมไปถึงแอบจิกกัดจีนแบบเจ็บๆ ในตอนที่ยานอวกาศของจีนไม่ได้มาตรฐานสากลเพราะเขียนตัวหนังสือบนปุ่มและเมนูเป็นภาษาจีน

gravity-explosion

Gravity มีตัวละครในเรื่องที่ปรากฎชัดๆ แค่ 3 คน ซึ่งอีก 2 คนเป็นแค่นักแสดงสมทบก็ว่าได้ เพราะบทส่วนใหญ่เกือบ 98% อยู่ที่ ซานดร้า บูลล๊อค เพราะเธอลอยเคว้งอยู่กลางอากาศแบบโดดเดี่ยว มีทั้งซีนดราม่าที่ทำให้คนดูซึมได้บ้าง แต่การแสดงนำครั้งนี้ของเธอถือว่าเยี่ยมยอดจริงๆ ฉากที่ชอบมากที่สุดของเธอคือฉากที่ได้รับสัญญาณติดต่อกับพื้นโลกได้แล้วและเธอขอให้หมาเห่า ….. ก่อนที่เธอฟังเพลงกล่อมเด็กและหลับตาลง อารมณ์ของคนดูเรื่องนี้ดึงไปร่วมได้เกือบทุกฉากยิ่งเป็นฉากที่ตัวเอกต้องออกไปนอกตัวยานหรือทุกๆครั้งที่มีการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง คนดูจะมีการเอาใจช่วย ลุ้นตามไปเสมอ บางครั้งเท้าอาจจะจิกพื้นโรงหนัง บางซีนเกือบหยุดหายใจตามไปด้วยเลย

7201

Gravity  ไม่ใช่เพียงหนังไซไฟอวกาศธรรมดา เพราะมันแฝงแนวคิดของการมีชีวิตด้วยความหวัง การสูญเสีย การดึงรั้งและการปล่อยวาง ซึ่งเราจะเห็นได้ในเรื่องที่มีเชือกหรือเส้นอะไรบางอย่างมาดึงนางเอกไว้ให้ติดอยู่กับยานอวกาศ ซึ่งนางเอกก็ต้องเลือกว่าจะตัดมันทิ้ง เพื่อให้ตัวเองไปต่อได้ หรือจะยอมตายอยู่ตรงนั้น หรือ แต่แม้กระทั่งตอนที่นางเอกพยายามดึงพระเอกไว้ไม่ให้หลุดไปในอวกาศ และพระเอกบอกว่า คุณต้องรู้จักปล่อยวางซะบ้าง ซึ่งมันสะท้อนเรื่องเกี่ยวกับปมภายในจิตใจที่ติดอยู่กับตัวนางเอกได้ดีเกี่ยวกับเรื่องลูก (สำหรับใครที่ได้ดูแล้วจะรู้ว่าเธอฝังจำกับการสูญเสียลูกสาวไปยังไง ในตอนที่เธอบอกว่าชีวิตของฉันหลังจากนั้นก็มีแค่ 3 สิ่ง ตื่นเช้า ไปทำงาน และขับรถไปเรื่อยๆ ) สุดท้ายนางเอกก็เลือกที่จะละลายปมความเศร้านั้น ด้วยการฝากพระเอกไปบอกลูกสาวของเธอ ซึ่งซีนนี้เล่นเอาคนดูน้ำตาซึมเลยตอนท้าย ที่สำคัญมันทำให้รู้ว่า คำว่า”บ้านอบอุ่นเสมอ” ฉากสุดท้ายนี่ก็ทำให้ฟินและอิ่มนะ ชอบสุดๆ

สุดท้าย Gravity  ถือว่าเป็นหนังดีที่ไม่ควรพลาดของปีนี้อีกหนึ่งเรื่อง การแสดงของบลูล๊อคน่าจะเข้าชิงออสการ์นำหญิง แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นมากเท่าไหร่ ที่สำคัญอย่าลืมพกยาดมไปด้วยเพราะหลังดูจบโลกหมุนแน่ๆ ข้อแนะนำอีกอย่างคือ สำหรับเรื่องนี้ 3Dธรรมดาเอาไม่อยู่จริงๆ ต้อง IMAX เท่านั้น 

“……ชีวิตอย่าอยู่โดยปราศจากความหวัง กลับบ้านเรากันเถอะ…..”

2013_gravity_movie-wide

Twitter : Nookkill

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s