ก่อนเปิดม่าน…เลือดขัตติยา เดอะมิวสิคัล

จากบทประพันธ์ในใจของนักอ่าน

TB1561

เลือดขัตติยา บทประพันธ์ของวิมล เจียมเจริญ หรือ ทมยันตี โดยใช้นามปากกาลักษณวดี ในการแต่งนวนิยายเรื่องนี้ เลือดขัตติยา มีแก่นของเรื่องเป็นสองเส้นแบ่งออกจากกันและนำบรรจบกันได้อย่างลงตัว คือ 1.ความรัก 2.การเมืองการปกครอง โดยการใช้กลวิธีการเล่าเรื่องตัดสลับระหว่างความรักของเจ้าหญิงดารากุมารีที่มีต่ออโณทัย และ เรื่องราวของราชบัลลังก์ การช่วงชิงอำนาจภายในเมืองยโสธรและการทำสงครามกับเขมรัฐ เมืองที่ผู้แต่งจินตนาการขึ้น

เลือดขัตติยา  เป็นหนึ่งในบทประพันธ์ที่ไม่ใช่มีเพียงรสของความโรแมนติก ดราม่า และการเมือง แต่ยังแฝงไปด้วยคติข้อคิดในเรื่องของการรักชาติบ้านเมือง ความกตัญญู ความกลมกล่อมของบทประพันธ์ทำให้ครองใจผู้อ่านและกลายเป็นหนึ่งในผลงานอันยอดเยี่ยมของคุณทมยันตี นอกจากนี้ภาษาที่ปรากฎในบทประพันธ์ก็พรรณาออกมาได้อย่างงดงาม รวมถึงบรรยายความรู้สึกของตัวละครได้อย่างดี ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่อโณทัยส่งจดหมายให้เจ้าหญิงทิพยรัตนดารากุมารี เพื่อวานส่งต่อให้กับดารา ซึ่งเป็นการบอกเล่าความในใจของอโณทัยที่มีต่อดาราได้อย่างซาบซึ้งและน่าสงสาร

 
กราบทูลใต้ฝ่าพระบาท
 
     กระหม่อมรู้ดีว่าไม่มีอะไรจะเป็นการ ‘ อาจเอื้อม ’ และ  ‘ บังอาจ ’ ยิ่งไปกว่าสิ่งที่กระหม่อมกำลังทำอยู่ในบัดนี้แล้ว แต่กระหม่อมก็ยังตัดสินใจที่จะทำลงไปอยู่นั่นเอง แม้จะรู้ว่าโทษของตัวมีสถานใด เพราะสำหรับกระหม่อม โทษทัณฑ์ใดๆที่ตัวเองจะต้องได้รับก็ยังไม่ขมขื่นเท่าความจริงที่มีอยู่ ขณะที่เขียนจดหมายฉบับนี้ กระหม่อมนึกอยู่เสมอว่า ดัวเองกำลังเขียนถึง ‘ดารา’ เพื่อนเล่นคนแรกและคนเดียวที่เคยมี หากเวลาเขียนจริงๆสิ กระหม่อมกลับต้องขึ้นต้นว่า ‘กราบทูลใต้ฝ่าพระบาท’ ทั้งๆที่อยากเขียนอย่างอื่นใจจะขาด สำหรับ ‘ดารา’ กระหม่อมดูช่างมีเรื่องที่อยากจะพูด อยากจะเล่าให้เขาฟังมากมายเหลือเกิน แต่สำหรับฝ่าพระบาทช่างห่างไกลนักหนา เพราะระยะใดที่ดวงอาทิตย์ ‘อโณทัย’ ขึ้นมา เหล่าดวง ‘ดารา’ ก็จะหลีกลี้สิ้นแสงหายไปจนสิ้น 
     กระหม่อมอยากจะทูลวิงวอนให้ใต้ฝ่าพระบาททรงช่วยนำข่าวจากกระหม่อมไปบอก ‘ดารา’ คนนั้นทีว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เพื่อนเล่นของเธอคนนั้น ยอมละทิฐิลงขอโทษสำหรับการกระทำทั้งหมดที่ผ่านไปแล้วเพราะเขาเองก็เพิ่งระลึกได้ว่า เขามีสิทธิ์อะไรที่จะกีดกั้นหวงแหนเธอไว้สำหรับเขาคนเดียว เขามีสิทธิ์อะไรที่จะขอสัญญาอันเห็นแก่ตัวดังที่เขาได้ทำไปแล้ว เขาควรจะพอใจเพียงแค่เธอให้หรือที่เธอคิดจะให้โดยไม่หวังอะไรอีก ทั้งๆที่นานนักหนามาแล้ว เขาผู้นั้นชอบแอบขึ้นไปที่ยวบนเกาะปีนป่ายขึ้นไปบนหน้าผา เพื่อจะได้ชะแง้ดูอาณาเขตพระราชฐานด้วยความพิศวงในใจว่า คนที่อยู่ในนั้นจะมีชีวิตอยู่อย่างไรหนอ จะโดดเดี่ยวอ้างว้างเหมือนเขาไหม เพราะนอกจากตำราเรียน เขาก็มีเพียงพ่อ แต่พ่อก็มักจะสนใจแต่หนังสือมากกว่าลูก ฉะนั้นหากไม่ขี่ม้าเล่น เขาก็ชอบไปคอยเพ่งมองความเคลื่อนไหวของคนอื่น 
     จนกระทั่งเขาได้พบเด็กหญิงเล็กๆคนนั้น จากนั้นเขาก็ทึกทักเอาว่าเธอเป็นสมบัติของเขาเพราะเขาเองไม่ใช่หรือที่ลากขึ้นมาจากหนองน้ำวน และเขาเองไม่ใช่หรือที่ถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอ นับจากนั้นเขาก็ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป ชีวิตทั้งชีวิตดูจะมีความหวังขึ้นมาว่า เขาจะได้มีเพื่อนอย่างแท้จริง อันเป็นทั้งเพื่อนเล่น เพื่อนกิน เพื่อนคิด 
     เพราะเธอเป็นสมบัติชิ้นแรกและความอบอุ่นทางใจครั้งแรกของเขานั่นเอง เขาจึงหวั่นนักหนาว่าสักวันหนึ่งเขาจะเสียเธอไป เขาจึงพยายามกีดกันเธอทุกอย่างจากคนทุกคน พยายามกดเธอไว้ในอำนาจของเขาแต่ผู้เดียว โดยเขาลืมไปว่า เธอมีอิสระแก่ตัวเอง ความหวงแหนของเขาไม่สามารถผูกพันเธอไว้ได้ เขาควรจะยอมรับภาวะเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่งในหลายๆคนที่เธอมีอยู่ 
     หลังจากวันนั้นผ่านไปแล้ว ‘ดารา’ จะรู้บ้างไหมหนอว่า เพื่อนของเธอคงเสียใจในการกระทำของตนเองสักแค่ไหน จนกลายเป็นความทุรนทุรายที่ต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ตนเองรู้ว่าผิดอย่างยิ่ง ทรงช่วยวิงวอนแทนเขาผู้นั้นด้วยเถิดว่า ณ บัดนี้ เขาผู้นั้นจะยอมเป็นทาสช่วงใช้ทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ได้ความเป็น ‘เพื่อน’ กลับคืนมา และวันใดที่เขาอุตส่าห์ลอบว่ายน้ำไปวางดอกหญ้าไว้ท้ายอุทยานโน้น เขาก็จะนั่งคอยอยาบนชะง่อนหินที่เดิมอยู่ไม่เปลี่ยนแปร แม้ว่าการคอยนั้นจะกินระยะเวลาชั่วชีวิต
 
     ควรไม่ควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณา
     อโณทัย

จากละครทีวีที่ตราตรึงใจและไม่อาจลบเลือน

rc
ปี2546 เอ็กแซกท์ จับเอาเลือดขัตติยา มาลงจอแก้ว โดยได้อ้อม พิยาดา ประกับคู่กับ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ทำให้ภาพของดารากุมารีกับอโณทัย กลายเป็นภาพที่ตราตรึงมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าจะว่าไป ภาพของทั้งคู่กลายเป็นภาพที่ผู้อ่านหลายคนจินตนาการไว้ โดยเฉพาะบทอโณทัย ที่ถ่ายทอดผ่านติ๊ก หาใครมาแทนที่ได้ยากมาก ความสง่า ความหนักแน่นทีออกมาจากภายใน การใช้อารมณ์สื่อผ่านในเรื่องของการเก็บความรักไว้ข้างในใจ แต่ต้องทนทำเพื่อบ้านเมือง ในบทรักที่ทั้งสองอยู่ด้วย สร้างรอยยิ้มให้กับคนดู และฉากจบที่ดารากุมารีขึ้นบัลลังก์และอโณทัยถูกประหาร จนถึงฉากหลุมศพ เรียกน้ำตาให้กับคนดู ขนาดที่ดูซ้ำกี่รอบก็ยังตราตรึง เลือดขัตติยา ฉบับอ้อม ติ๊ก จึงกลายเป็นงานที่ดีที่สุดของเอ็กแซกท์ ถึงขนาดได้รับการซื้อไปฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน ฮ่องกง  เกาหลี และ ญี่ปุ่น
12056-1
12056-2
12056-3
12056-4

มิวสิคัลที่รอคอยมากกว่า 3 ปี 

เลือดขัตติยา
ปลายปี 2552 ในงาน Together  ทีเซอร์แรกของเลือดขัตติยา  เดอะมิวสิคัล ถูกเปิดตัวขึ้นท่ามกลางความตื่นเต้นของแฟนหนังสือและคอละครเพลง และมีกำหนดลงโรงละครในปลายปี 2553 แต่ปรากฎว่า เลือดขัตติยา เดอะมิวสิคัล กลับถูกพับเก็บไปและแทนที่ด้วยละครเวที ที่ไม่เคยมีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นมาก่อนนั่นคือ หงส์เหนือมังกร บทประพันธ์ของวิศวนาถ หนึ่งในงานละครของเอ็กแซกท์ หลังจากนั้นข่าวคราวของเลือดขัตติยา เดอะมิวสิคัลก็หายเงียบไป ด้วยความที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะเป็นเพราะปัญหาเรื่องตัวแสดงที่ไม่ลงตัว และหาคนที่จะมารับบทนำเพื่อลบภาพของอ้อม พิยดากับติ๊ก เจษฏาภรณ์ได้ จนกระทั่งปลายปี 2555 กระแสข่าวของเลือดขัตติยา เดอะมิวสิคัล กลับมาอีกครั้ง และมีกระแสข่าวเกี่ยวกับนักแสดงมา เรื่อยๆ จนกระทั่ง กันยายน 2556 มีการเปิดตัวโปสเตอร์และรายชื่อนักแสดงอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า พฤศจิกายน 2556 เลือดขัตติยามีกำหนดลงโรงละครแล้วแน่นอน และมีแววว่าจะลากยาวไปจนถึงกุมภาพันธ์ ปี 2557 ด้วย รวมรอบการแสดงอาจจะมากถึง 50 รอบขึ้น

ความคาดหวัง

poster

หลังจากที่เปิดตัวโปสเตอร์รวมถึงรายชื่อนักแสดงออกมาแล้ว ก็เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวออกมาว่า แกงส้ม เดอะสตาร์จะได้รับบทอโณทัย โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากมากที่ใครจะมาลบภาพของติ๊ก เจษฎาภรณ์ได้ และคิดว่าแกงส้ม และงานนี้อาจจะเป็นหนักของแกงส้ม เพราะความยากของอโณทัยไม่ใช่เพียงการสื่อออกมาทางคำพูดเท่านั้น เพราะอโณทัยส่วนใหญ่มีความรู้สึกภายในใจที่เก็บเอาไว้มากและไม่ได้พูดออกมา เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้ผู้ชมรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในใจนั้นถือเป็นอีกงานหนึ่งที่ค่อนข้างหนัก และยิ่งเป็นการแสดงในโรงละครที่มีมากกว่า 1,000ที่นั่ง ทำอย่างไรถึงจะส่งถึงผู้ชมได้อย่างทั่วถึง ซึ่งหวังว่าอโณทัยในฉบับมิวสิคัลนี้จะไม่ทำให้คนดูผิดหวัง ส่วน Cast ของ ดารากุมารี ที่หนูนาได้รับบทนั้น คิดว่าโดยส่วนตัวแล้ว หนูนาร้องเพลงเพราะ เคยเล่นมิวสิคัลมาแล้วก็จริง แต่โทนเสียงของหนูนา เวลาพูดเสียงจะสูงมาก ซึ่งอาจจะขัดกับความเป็นเจ้าหญิงดาราได้ แต่หากจะให้มาเป็นเจ้าหญิงดาราแบบเด็กๆ ขี้งอน ใสๆ ก็อาจจะเป็นการพลิกแนวอยู่ เพราะถึงแม้ในช่วงแรกจะเป็นดาราวัยสาวที่มีความซุกซน แต่ช่วงหลังจะหนักดราม่าและเป็นดาราที่ค่อนข้างสุขุมมากยิ่งขึ้น เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ส่วนอาร์มที่มารับบทเจ้าชายสิทธิประวัติ ก็ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเคยผ่านงานละครเวทีมาแล้วและมีต้นทุนเสียงที่ไพเราะ มาดดูสง่าสมกับเป็นเจ้าชาย ส่วนอาร์ครั้งนี้ก็กลายเป็นการพลิกบทบาทเพราะต้องมาเล่นร้ายบนเวทีเรื่่องแรกด้วย และนักแสดงสมทบแค่ชื่อนี่ก็ไม่ต้องการันตีการแสดงอะไรทั้งนั้นแล้ว เพราะถือว่าเป็นระดับตำนานของวงการบันเทิง ทั้งเพลงและการแสดง สำหรับงานโปรดักชั่นและเพลงไม่เป็นเรื่องที่น่าห่วงสำหรับซีเนริโอ้ เพราะที่ผ่านมาผลงานนับวันยิ่งพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และเป็นละครเพลงมาตรฐาน การจัดเรียงร้อย บทและเพลงประกอบตามรูปแบบของมิวสิคัลต่างประเทศ ที่สำคัญคือจะเนรมิตรฉากของยโสธรออกมายังไง และฉากวังน้ำวนบนเกาะร้างจะทำยังไง จะสร้างด้วยเทคนิคอะไร และฉากสุดท้ายที่เคยเรียกน้ำตาคนดูมาแล้ว จะสร้างอย่างไรให้คนดูร้องไห้อีกครั้งนั่นเป็นโจทย์สำคัญของทีมสร้าง เพราะความคาดหวังของคนดูสูงเหลือเกิน

Twitter : Nookkill

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s